ซ่อมพื้นทรุด, ยกพื้นคอนกรีต ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด จากคอร์มิกซ์

วิธีการเดิมในการแก้ไขปัญหาการทรุดตัวขององค์อาคาร, ฐานราก และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ด้วยวัสดุพื้นฐานชนิดซีเมนต์อาจมีผลลัพธ์ที่หลากหลายและอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาจากสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา รวมถึงการทรุดของพื้นคอนกรีตอาจเกิดขึ้นได้อีก

คอร์มิกซ์ สแลบ ลิฟท์ เป็นวิธีการแก้ปัญหาสาหรับการรักษาเสถียรภาพของดินและการยกพื้นเพื่อปรับระดับคอนกรีต ด้วยเทคโนโลยีโพลียูรีเทนล่าสุด จากคอร์มิกซ์

 

การยกพื้นคอนกรีตทรุดและปรับประดับพื้นคอนกรีต แบบคอร์มิกซ์

การยกพื้นคอนกรีตเป็นกระบวนการปรับระดับคอนกรีตหรือโครงสร้างคอนกรีตที่ทรุดตัว, ยุบตัวลง ให้กลับมาเรียบเสมอกับระดับเดิมด้วยความแม่นยำ

วิธีการดั้งเดิมโดยการใช้ปูนซีเมนต์ เกราท์ ในบริเวณที่ทรุดตัว จะมีความคลาดเคลื่อน ทำให้ผลการยกคอนกรีตไม่ได้ระดับตามที่ต้องการ, ต้องปิดพื้นซ่อมกระทบต่อกระบวนการผลิต, พื้นที่หน้างานสกปรกจากการซ่อมแซม และอาจเกิดปัญหาพื้นทรุดตัวซ้าอีกในระยะยาว

ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาพื้นคอนกรีต หรือ พื้นถนนทรุดด้วยการใช้โฟมชนิดแข็ง, เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง, ไม่หดตัว, ไม่รบกวนการทำงานส่วนอื่น, น้าหนักเบา พื้นที่หน้างานไม่สกปรกหรือมีฝุ่นรบกวน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยโพลียูรีเทน โฟม (ชนิดแข็ง) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาพื้นทรุดอย่างถาวรอย่างเป็นระบบ

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เป็นเทคโนโลยี ซ่อมพื้นทรุด ปรับยกระดับพื้นคอนกรีตที่ทรุดตัว แบบถา สามารถเกิดปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็ว ไม่หดตัว เป็นโซลูชั่นยกพื้นคอนกรีตที่สะอาด รวมถึงรักษาเสถียรภาพในดิน ด้วยคุณสมบัติของโฟมชนิดที่ให้ความแข็งแกร่งสูง จึงแก้ปัญหาพื้นคอนกรีต พื้นถนนทรุด ได้อย่างอย่างถาวร

 

คอนไทท์ สแลบลิฟท์ คือ?

  • โพลียูรีเทน (โฟม)
  • โพลีเมอร์จะขยายตัวเมื่อถูกฉีดลงไปในบริเวณที่ต้องการซ่อมแซม
  • สามารถทาการอัดฉีดผ่านท่อได้ในระดับความลึกถึง 8 เมตร
  • มีการมอนิเตอร์ระหว่างการฉีดวัสดุเพื่อความแม่นยาอย่างต่อเนื่อง
  • ช่วยให้บริเวณชั้นดินอ่อนอัดแน่นขึ้น
  • ช่วยเติมเต็มช่องว่างหรือโพรงในดิน
  • ช่วยยกและปรับระดับพื้น
  • ช่วยให้ดินมีความแข็งแกร่ง
  • คืนกำลังแบกทานให้ชั้นดิน
  • เป็นไฮไดรโพลิเมอร์ ชนิดความหนาแน่นสูง

ซ่อมพื้นทรุด, ยกพื้นคอนกรีต ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด จากคอร์มิกซ์

วิธีการเดิมในการแก้ไขปัญหาการทรุดตัวขององค์อาคาร, ฐานราก และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ด้วยวัสดุพื้นฐานชนิดซีเมนต์อาจมีผลลัพธ์ที่หลากหลายและอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาจากสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา รวมถึงการทรุดของพื้นคอนกรีตอาจเกิดขึ้นได้อีก

คอร์มิกซ์ สแลบ ลิฟท์ เป็นวิธีการแก้ปัญหาสาหรับการรักษาเสถียรภาพของดินและการยกพื้นเพื่อปรับระดับคอนกรีต ด้วยเทคโนโลยีโพลียูรีเทนล่าสุด จากคอร์มิกซ์

 

การยกพื้นคอนกรีตทรุดและปรับประดับพื้นคอนกรีต แบบคอร์มิกซ์

การยกพื้นคอนกรีตเป็นกระบวนการปรับระดับคอนกรีตหรือโครงสร้างคอนกรีตที่ทรุดตัว, ยุบตัวลง ให้กลับมาเรียบเสมอกับระดับเดิมด้วยความแม่นยำ

วิธีการดั้งเดิมโดยการใช้ปูนซีเมนต์ เกราท์ ในบริเวณที่ทรุดตัว จะมีความคลาดเคลื่อน ทำให้ผลการยกคอนกรีตไม่ได้ระดับตามที่ต้องการ, ต้องปิดพื้นซ่อมกระทบต่อกระบวนการผลิต, พื้นที่หน้างานสกปรกจากการซ่อมแซม และอาจเกิดปัญหาพื้นทรุดตัวซ้าอีกในระยะยาว

ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาพื้นคอนกรีต หรือ พื้นถนนทรุดด้วยการใช้โฟมชนิดแข็ง, เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง, ไม่หดตัว, ไม่รบกวนการทำงานส่วนอื่น, น้าหนักเบา พื้นที่หน้างานไม่สกปรกหรือมีฝุ่นรบกวน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยโพลียูรีเทน โฟม (ชนิดแข็ง) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาพื้นทรุดอย่างถาวรอย่างเป็นระบบ

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เป็นเทคโนโลยี ซ่อมพื้นทรุด ปรับยกระดับพื้นคอนกรีตที่ทรุดตัว แบบถา สามารถเกิดปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็ว ไม่หดตัว เป็นโซลูชั่นยกพื้นคอนกรีตที่สะอาด รวมถึงรักษาเสถียรภาพในดิน ด้วยคุณสมบัติของโฟมชนิดที่ให้ความแข็งแกร่งสูง จึงแก้ปัญหาพื้นคอนกรีต พื้นถนนทรุด ได้อย่างอย่างถาวร

 

คอนไทท์ สแลบลิฟท์ คือ?

  • โพลียูรีเทน (โฟม)
  • โพลีเมอร์จะขยายตัวเมื่อถูกฉีดลงไปในบริเวณที่ต้องการซ่อมแซม
  • สามารถทาการอัดฉีดผ่านท่อได้ในระดับความลึกถึง 8 เมตร
  • มีการมอนิเตอร์ระหว่างการฉีดวัสดุเพื่อความแม่นยาอย่างต่อเนื่อง
  • ช่วยให้บริเวณชั้นดินอ่อนอัดแน่นขึ้น
  • ช่วยเติมเต็มช่องว่างหรือโพรงในดิน
  • ช่วยยกและปรับระดับพื้น
  • ช่วยให้ดินมีความแข็งแกร่ง
  • คืนกำลังแบกทานให้ชั้นดิน
  • เป็นไฮไดรโพลิเมอร์ ชนิดความหนาแน่นสูง

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ ทำงานอย่างไร

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เป็น โพลียูรีเทนโฟม (2 ส่วน) สำหรับยกพื้นคอนกรีตและสร้างเสถียรภาพให้กับดิน คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ สามารถใช้สำหรับยกคอนกรีตและรักษาเสถียรภาพของดิน โดยการปรับปรุงกำลังรับน้าหนักของดินเดิมที่หลวม โดยคอนไทท์ สแลบลิฟท์ จะเข้าไปแทนที่ช่องว่างในดิน ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมถึงรอยแตกและรอยแยก

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ จะถูกฉีดเข้าไปในดินตามความลึกที่ต้องการเพื่อคืนความสามารถในการแบกรับน้ำหนัก และเพิ่มความหนาแน่น, ความแข็งแรงให้กับดินด้วย โพลียูรีเทนโฟมชนิดแข็งที่ให้กำลังสูง ซึ่งจะเข้าไปไล่น้ำในดินหรือ ทำปฏิกริยากับน้ำ, ทำให้ดินมีความหนาแน่น ก่อนที่วัสดุจะยกโครงสร้างขึ้นตามแนว, ระดับเดียวกัน

คอร์มิกซ์ สแลบ ลิฟท์ และการรักษาเสถียรภาพดิน (SLAB LIFTING AND SOIL STABILISATION SOLUTIONS) เป็นโซลูชั่นการซ่อมพื้นทรุดและรักษาเสถียรภาพของดิน โดยการฉีดวัสดุเข้าไปในดินเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยึดเกาะไว้เพื่อให้มีฐานที่มั่นคงแข็งแรง

การเกราท์และการฉีดโพลียูรีเทน สามารถแก้ปัญหา/ปรับปรุงดินได้อย่างไรบ้าง?

  • การเกราท์หรือฉีดเพื่ออุดช่องว่างในดิน, หิน (Cavity filling)
  • การเกราท์หรือการฉีดสารเคมีเพื่อเพื่อป้องกันการซึมน้าของฐานราก (Permeation Grouting)
  • การเกราท์เพื่อเสริมความหนาแน่น เพิ่มความสามารถการรับแรง (Consolidation Grouting)

แก้ปัญหาพื้นคอนกรีตทรุด-พื้นถนนทรุด ได้ตรงจุดกว่า

การรักษาเสถียรภาพดินและการเกราท์เพื่อยกพื้นคอนกรีต เป็นการแก้ปัญหาพื้นทรุดในระยะยาวดีกว่าวิธีการดั้งเดิมเพราะเป็นการแก้ปัญหาจากสาเหตุการทรุดตัว โดยสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • การทำให้ดินอัดตัวกันแน่นขึ้นและการปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อรักษาเสถีรภาพดิน
  • ควบคุมหรือหยุดการไหลของน้าใต้ดิน
  • ช่องว่างขนาดใหญ่และโพรงช่องว่างในดินจะถูกเติมเต็มด้วยโฟมแข็ง (Rigid Foam)
  • มีความคลาดเคลื่อนน้อยมาก เมื่อเทียบกับวิธีการยกพื้นแบบเดิม

ข้อได้เปรียบของการยกพื้น ซ่อมพื้นทรุด แบบคอร์มิกซ์ สแลบ ลิฟท์

  • พื้นที่หน้างานเรียบร้อย ไม่สกปรก เลอะเทอะ
  • ไม่หดตัว
  • มีเสถียรภาพในระยะยาว
  • รวดเร็วและไม่รบกวนสภาพแวดล้อมการทำงาน
  • ทำให้ดินบริเวณรอบๆ มีเสถียรภาพ
  • หยุดการพังทลายของดิน
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ให้กำลังรับแรงสูง ไม่เปราะ

การยกพื้นและปรับระดับพื้นคอนกรีตด้วยวิธีเดิม เป็นอย่างไร?

  • ไม่มีประสิทธิภาพในการยกพื้น ปรับระดับ ผลลัพธ์ไม่น่าพึงพอใจ
  • เป็นโซลูชั่นระยะสั้น ปัญหาเดิมจะเกิดซ้าอีกในอนาคต
  • ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
  • เป็นการเพิ่มภาระน้าหนักให้มากขึ้น (ในขณะที่โพลีเมอร์น้าหนักจะเบากว่าถึง 90%)
  • พื้นที่ทำงานไม่เป็นระเบียบ กระทบต่อการทำงาน / สายการผลิตได้
  • เสียงดัง รบกวนการทำงาน
  • สารเคมีอาจถูกชะล้างก่อให้เกิดมลพิษได้
  • ใช้วัสดุในการซ่อมแซมมาก

เทคโนโลยีล่าสุด คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ ดีกว่าวิธีเดิมอย่างไร?

  • ไม่มีการขุด
  • เพิ่มความหนาแน่น และ ความแข็งแกร่งของดิน
  • แทนที่น้ำในดิน ทำให้ดินมีความหนาแน่นขึ้น
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ไม่กระทบหน้างาน ใช้เวลาในการทำงานสั้น รวดเร็ว เสียงไม่ดังรบกวน
  • ไม่กระทบกระเทือนต่อสินทรัพย์หน้างาน, ไม่กระทบต่อสายการผลิต
  • วัสดุทำปฏิกิริยารวดเร็ว, รับกำลังอัดสูง
  • หยุดการเคลื่อนที่ของน้ำใต้ดิน
  • เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างใต้ดิน
  • เป็นการปรับปรุงคุณภาพดิน, อุดโพรง, ช่องว่างในชั้นดิน และหยุดน้ำที่แทรกซึมในชั้นดินในขั้นตอนเดียว

คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ สามารถแก้ปัญหาพื้นทรุดกับพื้นที่ใดได้บ้าง?

  • ศูนย์กระจายสินค้า / คลังสินค้า / ท่าเรือบริการตู้สินค้า
  • งานฐานรากเครื่องจักร พื้นโรงงาน
  • พื้นถนนคอนกรีต
  • งานสะพาน
  • แท็กซี่เวย์/ รันเวย์
  • ฐานรากทางรถไฟ
  • บ่อพักน้ำฝนใต้ดิน
  • กำแพงกันคลื่น
  • ไซโล

ขั้นตอนการทำงานด้วย คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์

การฉีดเรซิน เพื่อการยกพื้น / ปรับระดับพื้นคอนกรีตให้ได้ระดับเดิม

null
ฉีด คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เพื่อเติมช่องว่างด้านล่างของพื้นคอนกรีต
null
คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เมื่อถูกฉีดไปใต้คอนกรีตจะขยายตัวและไหลใต้โพรงใต้ดินเพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ดินและดันพื้นคอนกรีตที่ทรุดให้ยกตัวขึ้นเท่ากับระดับเดิม
null
การขยายตัวของ คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์ เพื่อยกพื้นคอนกรีตจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยระดับเลเซอร์ หลังจากการฉีดคอนไทท์ แสลบ ลิฟท์ จนสามารถปรับระดับเท่ากับระดับเดิมได้แล้ว จะสามารถเปิดหน้างานได้ภายใน 15 นาที

วิธีการทำงานด้วย คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์

  • เจาะรูในบริเวณที่พื้นทรุด หรือ ดินที่ทรุดให้มีระยะห่างกัน 30 cm
  • เชื่อมต่อหัวฉีดกับแพ็คเกอร์
  • เปิดวาวล์ Part A และ Part  B และเริ่มฉีดตรงบริเวณที่ต้องการ
  • ฉีด สแลบ ลิฟท์ จนกว่าน้ำที่ ไหลออกมาจะหยุด และพื้นยกตัวขึ้นตามลำดับ
  • ปิดวาวล์ และ หยุดการเชื่อมต่อกับ แพ็คเกอร์ จากหัวผสม
  • เมื่อฉีดเสร็จแนะนำให้ Contite PU Purge ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ
แนะนำให้ใช้ เครื่องฉีด injection แบบ 2 ส่วนผสม เช่น Graco Reactor E-30 ที่สายที่สายและหัวฉีดเชื่อมต่อกัน Inject โดยมีอัตราส่วนส่วน 1: 1 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันของหัวฉีดด้วย คอนไทท์ พียู เพิร์จ

อุปกรณ์สาหรับงานซ่อมพื้นทรุด ยกพื้นคอนกรีต (คอนไทท์ สแลบ ลิฟท์)

  • รายการอุปกรณ์ (ชุดเริ่มต้น)
  • เครื่องรีแอคเตอร์ (รุ่น เริ่มต้น)
  • เครื่องรีแอคเตอร์ (รุ่น ประสิทธิภาพสูง)

Polyurethane

Good performance with water

  • 1&2 component
  • Solvent free
  • Flexible to rigid
  • Strength : 2 – 50 N/mm2
  • Adhere extremely well to wet substrate
  • Retains shape on drying & wetting
  • Non corrosive

Epoxy

Bad performance with water

  • 2 component
  • Solvent free
  • Very rigid/hard
  • Strength : 70 – 100N/mm2
  • Poor adhesion

Cementitious

Good performance with water

  • Man made mineral based binder
  • 3 component (Powder, Water, Admixture)
  • Rigid/hard
  • Strength : 40 – 50 N/mm2

Acrylates

Good performance with water

  • Excellent adhesion for 
 movement structure
  • 4 component  
 (A1 + A2 + A3 , B , Water)
  • Very soft and flexible
  • Strength : negligible
  • On drying shrinks does not return to original shape
  • Corrosive

คอร์มิกซ์ ได้พัฒนาเคมีภัณฑ์ สำหรับงานเกราท์ เพื่อปิดรอยแตกร้าว ทั้งในสภาวะที่แห้ง เปียกชื้น รวมถึงวัสดุหยุดน้ำรั่วรุนแรงที่มีแรงดันสูง ระบบงานซ่อมรอยแตกร้าวและหยุดน้ำรั่วซึมของคอร์มิกซ์ ช่วยปิดรอยแตกร้าว, รอยรั่วซึม, ปิดรอยต่อร่องคอนกรีต,  หยุดการรั่วไหล หยุดการรั่วซึมในระบบท่อต่างๆ  สร้างเสถียรภาพและปรับปรุงดิน ป้องกันแรงดันน้ำจากการขยายตัวจากรอยแยกในจุดบกพร่องที่สำคัญ ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับโครงสร้าง

การปิดรอยแตกร้าวด้วย วัสดุโฟม เรซิ่น และเจล จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากปัญหาการซึมผ่านของน้ำในโครงสร้างใต้ดิน โดยจะปิดรอยแตกร้าวและทำปฎิกิริยาเพื่อไล่น้ำและเป็นการปิดรอยแตกร้าว  และหยุดน้ำรั่วไหลรุนแรงในโครงสร้างได้อย่างถาวร

สาเหตุของการเกิดรอยร้าว รอยรั่ว

ชนิดของรอยรั่วและขนาดของรอยร้าวจะเป็นตัวบ่งชี้วิธีการแก้ไขปัญหาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซ่อมได้ดีที่สุด ฝ่ายเทคนิคบริการของคอร์มิกซ์พร้อมที่จะให้คำแนะนำและเลือกโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานของคุณ

การแก้ไขปัญหารอยร้าว

  • รอยแตกร้าวเล็กๆ ที่มีน้ำซึมไหลออกมา สามารถใช้โพลียูรีเทน เรซิ่น และ โฟม ที่มีความหนืดต่ำมากๆ ร่วมกัน หรือ ใช้ คอนไทท์ พียูอี 400/อี401 ชนิด 2 in 1 ได้เช่นกัน

คอร์มิกซ์ มีผลิตภัณฑ์เพื่อปิดรอยร้าว ทั้งชนิดที่เป็นโพลียูรีเทนและอีพ็อกซี่ (การแตกร้าวที่ไม่มีน้ำรั่วซึม) สำหรับรอยแตกร้าว(Hairline Crack)

  • สำหรับการหยุดน้ำชนิดน้ำรั่วรุนแรง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำปฏิกริยาหยุดน้ำได้อย่างรวดเร็ว ชนิดเจลหรือโฟม ซึ่งมีคุณสมบัติทำปฏิกิริยาหยุดน้ำได้อย่างรวดเร็วมาก และน้ำไม่สามารถชะผลิตภัณฑ์ออกไปได้ (เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะไปรวมตัวกับน้ำกลายเป็นเจล และเมื่อวัสดุไหลผ่านช่องว่างระหว่างดินก็จะไปรวมตัวกับดินหรือทรายช่วยให้ดินหรือทรายจับตัวกันแน่นขึ้น)  วัสดุนี้สามารถใช้ร่วมกับซีเมนต์ปลั๊กได้ และยังใช้ในขั้นตอนหยุดน้ำก่อนทำการเกราท์ หรือ หยุดน้ำด้วยวิธีโอคุม (Oakum) ได้ด้วยเช่นกัน

 


VDO: Cormix_Contite G600 by Oakum Technique 2012

นอกเหนือจากนั้นแล้วผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับการหยุดน้ำรั่วชนิดรุนแรง ต้องมีคุณสมบัติในการขยายตัวในอัตราที่สูงมากเพื่อเติมเต็มช่องว่างขนาดใหญ่ในดินหรือโพรงที่อยู่ใต้ดิน ทั้งนี้เพื่อสนองตอบความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจของโครงการด้วยเช่นกัน

โซลูชั่นสำหรับงานซ่อมแซมรอยร้าว รอยรั่ว สามารถใช้ได้กับโครงสร้างต่างๆ ดังนี้

  • เขื่อน
  • อุโมงค์
  • สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
  • กำแพงกันคลื่น กำแพงกั้นน้ำ กำแพงกันดิน
  • ระบบโครงสร้างใต้ดินทุกประเภท
  • สระว่ายน้ำ
  • แทงค์
  • อุโมงค์
  • งานโครงสร้างใต้ดินต่างๆ

 

โซลูชั้นงานปิดรอยแตกร้าว รอยรั่ว หยุดน้ำรั่วซึม

ประเภทของรอยแตกร้าว รอยรั่ว ผลิตภัณฑ์ TDS
รอยแตกร้าวที่เคลื่อนตัวได้
(พื้นที่แห้ง)
คอนไทท์ พียูอี 200/อี201
คอนดัวร์ เอสซีซี
รอยร้าวที่ไม่เคลื่อนตัว/หยุดนิ่ง (พื้นที่แห้ง)
คอนไทท์ พียูอี 300/301
คอนดัวร์ เอสซี
รอยร้าวที่มีน้ำหยด/ไหลซึม (ไม่รุนแรง)
ใช้คอนไทท์ พียูอี100/อี101 เพื่อหยุดน้ำ
จากนั้นใช้ คอนไทท์ พียูอี 200/อี201 เพื่อปิดรอยร้าว
รอยแตกร้าวที่มีน้ำรั่ว (มีแรงดันสูง)
คอนไทท์ พียูอี 100/อี101
คอนไทท์ จี600
คอนไทท์ จี600เอ็ม
หยุดน้ำรั่วไหลรุนแรง (ถาวร)
คอนไทท์ จี600

มหัศจรรย์ คอร์มิกซ์ คริสตัลไลน์
ระบบกันซึมที่ปกป้องได้ตลอดอายุคอนกรีต

คุณสมบัติ ระบบคริสตัลไลน์
1. ความคงทน กันซึมตลอดอายุคอนกรีต ปกป้องและซ่อมแซมตัวเองได้
2. กลไกปกป้อง & ซ่อมแซมตัวเอง สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ เมื่อน้ำซึมเข้ามาในคอนกรีต คริสตัลไลน์จะทำปฏิกริยา สร้างผลึกบล็อกน้ำทันที
3. ผนึก / ประสานรอยร้าว ปิดรอยร้าวได้ถึงขนาด 2 มม.
5. วัสดุป้องกันผิว ไม่ต้องมี
ความทนทานต่อสารเคมี
และปฏิกริยาต่างๆ
5. คลอไรด์ (ความเสื่อมสภาพของโครงสร้าง) ทนทาน
6. คาร์บอนชั่น (การกัดกร่อนในคอนกรีต) ทนทาน
7. ซัลเฟต (การกัดกร่อนจากซัลเฟต) ทนทาน
8. สารเคมี ทนทาน
9. การแทรกซึมของคลอไรด์ในคอนกรีต ลดการแทรกซึม
10. การขัดสี ทนทาน
11. รังสี UV ทนทาน

หยุดน้ำใต้ดินแรงดันสูงรั่วซึมทะลัก ให้อยู่หมัดอย่างถาวรใน 30 วินาที ได้อย่างไร

ถ้าคุณเคยประสบกับปัญหา น้ำซึมทะลักเข้าชั้นใต้ดิน น้ำรั่วซึมเข้าลานจอดรถ ยิ่งปล่อยทิ้งไว้จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง กลิ่นอับชั้น เชื้อรา หรือปัญหายิงโฟมอุดน้ำแล้วใช้ไปซักพักโฟมหลุด ต้องยิงโฟมซ้ำแล้วซ้ำอีก แก้ปัญหาไม่ได้ซักที ต้องเสียเวลากับงานซ่อมที่ไม่รู้จบ คอร์มิกซ์มีตัวช่วยในการแก้ปัญหาหยุดน้ำรั่วซึมทะลักจากน้ำใต้ดินทีมีแรงดันสูง ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซ่อมครั้งเดียวจบ แบบอย่างถาวร

 

 

คอนไทท์ จี 600 (โอ) ไฮโดรเจล หยุดปัญหาน้ำรั่วซึมแรงดันสูงไม่รู้จบ แบบถาวร

ปัญหารอยแตกร้าวในโครงสร้างและน้ำรั่วซึม เกิดขึ้นได้กับโครงสร้างใต้ดินต่างๆ ทุกประเภททุกขนาดของโครงการไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือเมกะโปรเจคระดับชาติ เรียกได้ว่าตั้งแต่โครงสร้างใต้ดินลานจอดรถอาคาร ถึง งานอุโมงค์ต่างๆ ก็เกิดปัญหานี้ได้ คอนไทท์ จี 600 (โอ) เป็นวัสดุไฮโดรเจล สำหรับหยุดน้ำรั่วชนิดน้ำรั่วรุนแรง ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที (ขึ้นอยู่กับแรงดันของน้ำ) และสามารถหยุดน้ำได้อย่างถาวร ต่างจากวัสดุโฟมทั่วไป

คอนไทท์ จี 600 (โอ) คือ อะไร

คอนไทท์ จี 600 (โอ) เป็นโฮโดรเจลที่สามารถทำปฏิกริยากับน้ำแล้วฟอร์มตัวเป็นเจลขึ้นมาเพื่อหยุดน้ำ เป็นการหยุดน้ำรั่วตามรอยร้าว แบบถาวร สามารถหยุดน้ำที่มีแรงดันสูงได้ เทคโนโลยีล่าสุดนี้ มาพร้อมคุณสมบัติ non-toxic ไม่เป็นพิษต่อคน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นอีกวัสดุหนึ่งไม่เพียงใช้ในการแก้ปัญหารอยร้าวที่มีน้ำรั่วซึมแต่ยังลดการเสื่อมสภาพของคอนกรีตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในขณะนี้ วัสดุที่เป็นไฮโดรเจลถูกเลือกใช้ในงานซ่อมรอยร้าวที่มีน้ำรั่วซึมในโครงสร้างอุโมงค์ซึ่งเป็นที่เน้นความแข็งแรงของโครงสร้างและความปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน

ซ่อมงานน้ำรั่วแรงดันสูง ด้วย คอนไทท์ จี 600 (โอ) ได้อย่างไร

การฉีดหรือยิงวัสดุ คอนไทท์ จี 600 (โอ) ใช้เครื่อง injection machine (1 part system) เมื่อฉีดไฮโดรเจลไปในบริเวณที่เกิดน้ำซึม (โดยสามารถสัมผัสน้ำได้โดยตรง) วัสดุจะทำปฏิกริยากับน้ำแล้วฟอร์มตัวเป็นเจลเพื่อบล็อกน้ำ และมีคุณสมบัติการยึดเกาะที่เหนือกว่าแม้ในสภาวะที่เปียกหรือแห้ง ซึ่งนอกจากคุณสมบัติหยุดน้ำแล้วยังสามารถปิดรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้ด้วย จึงเป็นการแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบในขั้นตอนเดียว

คุณสมบัติโดดเด่น-หยุดน้ำถาวร
  • คุณสมบัติพิเศษอีกประการคือเมื่อเวลาผ่านไปหากเกิดน้ำใต้ดินไหลเข้ามาในบริเวณเดิมไฮโดรเจลนี้ก็จะยังคงทำปฏิกริยาบล็อกน้ำได้เช่นเดิม
  • ด้านความปลอดภัยในการใช้งานและมิติความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไฮโดรเจล ไม่มีส่วนประกอบของตัวทำละลาย (Solvent-Free), ไม่มีสารพิษ (non-toxic) ปราศจากสารระเหยที่เป็นพิษในอากาศ (No VOCs)
  • คอนไทท์ จี 600 (โอ) ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าหยุดน้ำถาวรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง พิสูจน์มาแล้ว ในโครงการอุโมงค์ใต้ดิน อุโมงค์รถไฟฟ้า และโครงการเขื่อน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นวัสดุที่ให้ ROI คุ้มค่าสูงสุดในปัจจุบัน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ คอนไทท์ จี 600 (โอ) 

ข้อมูลเชิงลึก และคอร์สจัดอบรมการใช้งานฟรี พร้อมรับผลิตภัณฑ์ไปใช้ฟรี 10 ท่าน/บริษัท แรกที่แจ้งเข้ามา (ตามเงื่อนไขความพร้อมด้านอุปกรณ์ใช้งาน)  

ยิงโฟมหยุดน้ำรั่วซึม โซลูชั่นหยุดน้ำ ชั่วคราว หรือ ถาวร ?

ปัญหารอยแตกร้าวที่มีน้ำรั่วซึมที่เป็นปัญหาชวนปวดหัวของทั้งผู้รับเหมา, เจ้าของอาคาร และผู้อยู่อาศัย ที่พบเจอบ่อยคือปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณ ชั้นใต้ดิน ลานจอดรถ พื้นห้องน้ำ หากปล่อยไว้นานยิ่งเกิดปัญหากลิ่นอับชื้นและเชื้อราตามมา บริเวณที่เกิดน้ำรั่วซึมที่พบมากคือบริเวณแนวรอยต่อของโครงสร้างคอนกรีต และเนื่องจากคอนกรีตมีรูพรุนโอกาสที่น้ำจะแทรกซึมมาในคอนกรีตที่ไม่ได้มีการทำระบบกันซึมชนิดที่ดี จึงอาจเกิดน้ำรั่วซึมตามรูพรุนและรอยร้าวของคอนกรีตได้

วิธีการซ่อมแซมที่นิยมใช้กันคือการฉีดโฟม Polyurethane Foam Injection (การฉีดวัสดุประเภทโพลียูรีเทนโฟม) เข้าไปหยุดน้ำ โดยการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน ลักษณะการแตกร้าว ปริมาณน้ำ และแรงดันน้ำที่รั่วซึมออกมา

อย่างไรก็ตาม โฟมที่ฉีดไปอาจไม่อยู่ตัว สัมผัสน้ำไปนานๆ โอกาสที่โฟมจะเกิดการเปื่อยยุ่ยจึงเกิดขึ้นได้ เห็นได้จากการซ่อมแซมที่มีการยิงโฟมไปครั้งแรกแล้ว ต้องกลับไปยิงโฟมซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะวัสดุจะเสื่อมประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้น   ปัจจุบันวัสดุประเภท ไฮโดรเจล ได้เข้ามามีบทบาทในการซ่อมแซมน้ำรั่วซึมและปิดรอยแตกร้าว เพราะสามารถหยุดน้ำรั่วได้อย่างถาวรและปิดรอยแตกร้าวได้เบ็ดเสร็จ เมื่อฉีดไฮโดรเจลไปในบริเวณที่เกิดน้ำซึม วัสดุจะทำ    ปฏิกริยากับน้ำแล้วฟอร์มตัวเป็นเจลเพื่อบล็อกน้ำและมีคุณสมบัติการยึดเกาะที่เหนือกว่าแม้ในสภาวะที่เปียกหรือแห้ง ซึ่งนอกจากคุณสมบัติหยุดน้ำแล้วยังสามารถปิดรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้ด้วย จึงเป็นการแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบในขั้นตอนเดียว

 

 

คุณสมบัติพิเศษอีกประการคือเมื่อเวลาผ่านไปหากเกิดน้ำใต้ดินไหลเข้ามาในบริเวณเดิม ไฮโดรเจลนี้ก็จะยังคงทำปฏิกริยาบล็อกน้ำได้เช่นเดิม

ด้านความปลอดภัยในการใช้งานและมิติความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไฮโดรเจล ไม่มีส่วนประกอบของตัวทำละลาย (Solvent-Free), ไม่มีสารพิษ (Non-Toxic) ปราศจากสารระเหยที่เป็นพิษในอากาศ (No VOCs)

ไฮโดรเจล ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าหยุดน้ำได้ถาวรและมีประสิทธิภาพสูง ในโครงการอุโมงค์ใต้ดิน อุโมงค์รถไฟฟ้า และโครงการเขื่อน ซึ่งเป็นโครงการระดับชาติและสากล จึงเป็นวัสดุที่น่าจับตามองและเป็นอีกตัวเลือกที่ดีที่สุด ให้ ROI คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน

 

สนใจสอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

การจัดการปัญหาร้าว รั่ว ซึม ในคอนกรีตมีข้อควรพิจารณาหลักคือการเลือกใช้วัสดุและการเลือกใช้ผู้ติดตั้ง งานซ่อมแซมที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบ แอพพลิเคเตอร์ที่มีประสบการณ์และรู้จักเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับหน้างานจะช่วยให้จัดการกับปัญหาร้าว รั่ว ซึม ได้ดียิ่งขึ้น และทำให้งบประมาณในการซ่อมแซมไม่บานปลาย

UL-NA4-Problem fn-01

เทียบกันตัวต่อตัว วัสดุแก้ปัญหาร้าว รั่ว ซึม “โพลียูรีเทนโฟม” วัสดุพิมพ์นิยม VS เทคโนโลยีล่าสุด “ไฮโดรเจล”

UL-NA4-Compared-N2

โพลียูรีเทนโฟม และ ไฮโดรเจล ทำงานต่างกันอย่างไร?

วัสดุประเภท โพลียูรีเทนโฟม โดยการฉีดวัสดุประเภทโพลียูรีเทนโฟมเข้าไปหยุดน้ำ  ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน ลักษณะการแตกร้าว ปริมาณน้ำ และแรงดันน้ำที่รั่วซึมออกมา

ค่าการยึดเกาะของโฟม มีค่าการยึดเกาะที่ดีทั้งที่แห้งและเปียก อย่างไรก็ตามโฟมที่ฉีดไปอาจไม่อยู่ตัว เมื่อสัมผัสน้ำไปนานๆ โอกาสที่โฟมจะเกิดการเสื่อมสภาพมีความเป็นไปสูง ดังนั้นจึงอาจต้องมีการฉีดซ่อมซ้ำเมื่อเกิดการรั่วซึมกลับมาอีกครั้ง  หรือ อาจจะต้องฉีดด้วยวัสดุประเภทอื่นอีกครั้ง

วัสดุประเภท ไฮโดรเจล เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สามารถแก้ปัญหาน้ำรั่วและปิดรอยแตกร้าว ซึ่งเป็นวัสดุการหยุดน้ำรั่วได้อย่างถาวรและปิดรอยแตกร้าวได้เบ็ดเสร็จ เมื่อฉีดไฮโดรเจลไปในบริเวณที่เกิดน้ำซึม วัสดุจะทำปฏิกริยากับน้ำแล้วฟอร์มตัวเป็นเจลเพื่อบล็อกน้ำ และมีคุณสมบัติการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมทั้งในสภาพพื้นผิวที่เปียกหรือแห้ง ซึ่งนอกจากคุณสมบัติหยุดน้ำแล้วยังสามารถปิดรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้ด้วย จึงเป็นการแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบในขั้นตอนเดียว

คุณสมบัติพิเศษอีกประการคือเมื่อเวลาผ่านไปหากเกิดน้ำใต้ดินไหลเข้ามาในบริเวณเดิมไฮโดรเจลนี้ก็จะยังคงทำปฏิกริยาบล็อกน้ำได้เช่นเดิม

ด้านความปลอดภัยในการใช้งานและมิติความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไฮโดรเจล ไม่มีส่วนประกอบของตัวทำละลาย    (Solvent-Free), ไม่มีสารพิษ (Non-toxic) ปราศจากสารระเหยที่เป็นพิษในอากาศ (No VOCs)

ใครคือผู้กำหนดว่าควรเลือกใช้วัสดุประเภทใด

การเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภท มีปัจจัยหลักๆ อยู่ 2 ประการคือ งบประมาณและความเชื่ยวชาญของแอพพลิเคเตอร์

งบประมาณ เป็นตัวกำหนดหลักในการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงหรือต่ำ ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว ดังนั้นหากมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุแต่ละประเภท จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ว่าจะนำเสนอวิธีการซ่อมแบบใด เป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นหรือระยะยาว แบบถาวร ความคุ้มค่าและความคุ้มทุนในการซ่อมแซมแต่ละครั้ง

แอพพลิเคเตอร์ หรือผู้ติดตั้งเป็นอีกปัจจัยสำคัญ แอพพลิเคเตอร์ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วัสดุที่คุ้นชินกับการใช้งานและเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามจะมีแอพพลิเคเตอร์ที่อินเทรนด์ คอยอัพเดทวัสดุใหม่ๆ เพื่อให้งานที่ออกมาไม่มีปัญหาภายหลัง เป็นการเก็บงานรอบเดียวเพื่อความคุ้มทุนทั้งในแง่ของค่าแรง ค่าวัสดุ และการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

ใครคือผู้กำหนดเลือกใช้วัสดุ? คำตอบคือ “คุณ”

คุณสามารถเลือกโซลูชั่นแก้ปัญหาอย่างถูกจุด ใช้วัสดุที่ถูกต้อง เลือกแอพลิเคเตอร์ที่ถูกตัว ที่ทำงานอย่างถูกวิธี เพียงแค่นี้ปัญหาร้าว รั่ว ซึม ที่ยืดเยื้อเรื้อรังก็จะได้รับการซ่อมแซมแบบถาวร   เราจึงอยากแนะนำโซลูชั่นสำหรับงานซ่อมคอนกรีต ร้าว รั่ว ซึม ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยวัสดุไฮโดรเจล ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้ใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เขื่อน อุโมงค์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สามารถยืนยันถึงประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาได้อย่างถาวร

จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง หัวลำโพง-บางแค โดยมีสถานีไฮไลท์ คือ สถานีวัดมังกร-สามยอด-สนามไชย ก่อนลอดแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังสถานีอิสรภาพ หลายคนอดไม่ได้ที่ต้องเก็บภาพของความโดดเด่นของแต่ละสถานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีสนามไชยที่ถือแลนด์มาร์ค ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งแบบท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

นอกจากความงดงามเลอค่าแบบพระราชวังโบราณที่เราสัมผัสได้แล้ว ยังมีความตื่นตาตื่นใจที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการเดินทางโดยอุโมค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกในประเทศไทย คุณเคยสงสัยไหมว่าเจ้าอุโมงค์นี้เขาสร้างกันอย่างไรในแม่น้ำเจ้าพระยา

หลายคนอาจจินตนาการว่า ระหว่างทางที่รถไฟฟ้ากำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา คงจะตื่นเต้นไม่น้อย แต่ความจริงแล้ว การก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยานั้น ไม่ได้อยู่ในน้ำและไม่ได้อยู่ใกล้น้ำ แต่อยู่ในดินใต้แม่น้ำ อุโมงค์ช่วงลอดใต้จุดกึ่งกลางแม่น้ำมีความลึก 30.86 เมตร และแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่อุโมงค์ลอดลึกสุดประมาณ 20 เมตร ความลึกจากใต้ท้องน้ำถึงหลังอุโมงค์ 9.71 เมตร ที่จุดกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำอยู่ระหว่าง สถานีสนามไชย กับสถานีอิสรภาพ มีระยะทางระหว่างสองสถานีนี้ที่ 1,254.23 เมตร ทำให้ต้องมีปล่องระบายอากาศระหว่างทาง และยังใช้เป็นทางออกฉุกเฉิน

ลักษณะการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินนี้ใช้วิธีการขุดเจาะโดยใช้หัวเจาะ TBM โดยทำการขุดเจาะด้วยระบบ Earth Pressure Balance เป็นระบบที่คงแรงดันดินขณะเดินเครื่องขึดเจาะ เพื่อนป้องกันความเสียหายจาการทรุดตัวของอาคารรอบข้าง เมื่อทำการขุดเจาะไปแล้วจะมีการติดตั้งผนังอุโมงค์ตามไปเรื่อยๆ โดยชิ้นส่วนที่ติดตั้่งจะเป็นชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Tunnel Segment) มาประกอบกันเป็นผนังของอุโมงค์ เซ็กเมนต์ชิ้นส่วนผนังอุโมงค์ที่มาประกอบกันนี้ ต้องการการติดตั้งวัสดุเพื่อปิดทับรอยต่อของแต่ละเซ็กเมนต์ เพื่อป้องกันน้ำที่อาจซึมไหลเข้ามาในอุโมงค์ได้ สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในขั้นตอนการติดตั้งนี้ คือต้องระวังการป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินซึมเข้ามาในอุโมงค์

เรื่องน่าตื่นเต้นของวิศวกรรมการก่อสร้างใต้ดินนี้เป็นความท้าทายของงานก่อสร้างใต้ดินประเทศไทย คอร์มิกซ์ภูมิใจหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จในโครงการนี้ และถูกรวบรวมเป็นเรื่องราวในซีรี่ย์ สุดยอดความสำเร็จของคอร์มิกซ์  (Successful Story of CORMIX)

ณ วันนี้ เราคงไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเมืองไทยเรา มีงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคเกิดขึ้นอย่างเกิดท่วมท้น ทั้งระบบโลจิสติกส์และระบบขนส่งมวลชน เพื่อรองรับการพัฒนา EEC ทำให้เกิดงานก่อสร้างทุกรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้น คืองานก่อสร้างระบบใต้ดิน ที่ผ่านมาเรามักจะเจอปัญหาทั้งขณะกำลังก่อสร้าง และหลังก่อสร้างไปได้บางส่วน หรือจนแล้วเสร็จ ก็ยังเจอปัญหาแบบไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องโครงสร้างทรุดตัว น้ำรั่วซึม วัสดุหลุดร่อน นั่นเป็นเพราะการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างดังกล่าว

คอร์มิกซ์ได้พัฒนาสุดยอดแห่งเทคโนโลยีกันซึมแบบตลอดกาล เพื่อหยุดปัญหาดังกล่าว นั่นก็คือ Flexible Waterproofing Membrane for Underground Station

อะไรคือ…Flexible Waterproofing Membrane for Underground Station

 

ทำไมระบบกันซึมแบบเดิมๆ (ด้วย sheet membrane) ถึงพังไม่เป็นท่า!!!

เพราะด้วยเหตุนี้ คอร์มิกซ์ จึงตระหนักถึงความสำคัญ ใส่ใจ และคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงวงการเคมีภัณฑ์ก่อสร้างให้ดีกว่าเดิม พร้อมยังร่วมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยประสบการณ์ กว่า 20 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่า Contite CFM เป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าแบบเดิมๆ สำหรับคุณ

สนใจสอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

อย่าปล่อยให้ปัญหาคอนกรีต หลุดล่อน แตกร้าว เกิดขึ้นอีกซ้ำๆ

Cormix Latex (คอร์มิกซ์ ลาเท็กซ์) น้ำยาประสานคอนกรีต เพิ่มประสิทธิภาพแรงยึดเกาะคอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่ ใช้ผสมซีเมนต์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และลดปัญหาการแตกร้าว เพิ่มคุณสมบัติทึบน้ำในคอนกรีต (ป้องกันน้ำซึม) เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลปัญหาคอนกรีต หลุดล่อน แตกร้าว แถมได้งานใหม่ที่เนี๊ยบแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

Incredible Projects : 5 โครงการสุดท้าทายไร้ขีดจำกัด

บริษัท คอร์มิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือโอกาสนี้ ขอแนะนำตัวเพื่อให้ท่านได้รู้จักกับเรามากขึ้นด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ที่คอร์มิกซ์ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง ในความสำเร็จของโครงการก่อสร้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยด้วยการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ

วันนี้คอร์มิกซ์ ได้พัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อให้เราได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น โดยจะอัพเดทเทรนด์และเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างใหม่ล่าสุดให้ท่านได้เข้าถึงข้อมูล  ขอเปิดตัวด้วย 5 Incredible Projects : 5โครงการสุดท้าทายไร้ขีดจำกัด ที่คอร์มิกซ์เป็นจิกซอร์หนึ่งของความสำเร็จ

 

เพราะด้วยเหตุนี้ คอร์มิกซ์ จึงตระหนักถึงความสำคัญ ใส่ใจ และคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงวงการเคมีภัณฑ์ก่อสร้างให้ดีกว่าเดิม พร้อมยังร่วมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวสู่สิ่งที่ดีกว่า

สนใจสอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

Incredible Building Projects

บริษัท คอร์มิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขอแนะนำตัวเพื่อให้ท่านได้รู้จักกับเรามากขึ้นด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ที่คอร์มิกซ์ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง ในความสำเร็จของโครงการก่อสร้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ

วันนี้ คอร์มิกซ์ได้มีการพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับคุณมากขึ้น โดยจะอัพเดตเทรนด์ และเทคโนโนยีเคมีภัณฑ์ก่อสร้างใหม่ล่าสุด รวมถึงกิจกรรมและข้อเสนอแนะพิเศษสำหรับคุณโดยเฉพาะ

เราขอเปิดตัวด้วย Incredible Building Project สุดยอดโครงการท้าทายไร้ขีดจำกัด ที่คอร์มิกซ์ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนี้ จะมีโครงการไหนถูกใจ ลองทักทายกลับมาคุยกัน

Image cr.www.ddproperty.com

https://www.ddproperty.com

Image cr: Amarin TV

เพราะด้วยเหตุนี้ คอร์มิกซ์ จึงตระหนักถึงความสำคัญ ใส่ใจ และคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงวงการเคมีภัณฑ์ก่อสร้างให้ดีกว่าเดิม พร้อมยังร่วมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวสู่สิ่งที่ดีกว่า

สนใจสอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ Click

หากลองมองย้อนกลับไปในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เราจะสังเกตได้ว่า มีโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม อาคารสูง ห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ จนเป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมแต่ละโครงการใช้เวลาก่อสร้างที่รวดเร็ว นั่นเป็นเพราะวงการเคมีภัณฑ์ก่อสร้างนั้นมีวัสดุเคมีภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ช่วยร่นระยะเวลาให้สร้างได้เร็วยิ่งขึ้น แต่การเปิดใช้งานที่รวดเร็วนั้นต้องแลกมากับปัญหารั่วซึมอยู่เสมอ

แล้วปัญหาการรั่วซึมมาจากไหน…?

แน่นอนว่า ปัญหาการรั่วซึมส่วนใหญ่มาจากการเลือกใช้วัสดุกันซึมในการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ของโครงสร้าง ทำให้เกิดการรั่วซึมทั้งขณะก่อสร้าง และหลังเปิดใช้งานไปแล้วก็ตาม จนเป็นที่เอือมระอา ของผู้ใช้งานจริง

วัสดุกันซึมแบบไหน ถึงใช่…ในแต่ละพื้นที่ ?

ในตลาดเคมีภัณฑ์เพื่อการก่อสร้าง มีวัสดุมากมายให้เลือกใช้ เช่น กันซึมยืดหยุ่น กันซึมแบบอะคริลิกเมมเบรน หรือกันซึมแบบตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (คริสตัลไลน์) ถ้าเราเลือกพิจารณาในหลายๆปัจจัยแล้ว ทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา ความสะดวกรวดเร็ว ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกที่แนะนำคือ ระบบกันซึมแบบคริสตัลไลน์ หรือกันซึมตกผลึกที่จะช่วยให้การทำระบบกันซึมของโครงสร้างนั้นๆ จบปัญหาการรั่วซึมอย่างถาวร เนื่องจากกันซึมแบบคริสตัลไลน์เป็นกันซึมที่ทำงานได้ดีเมื่อสัมผัสกับน้ำ เพราะเนื้อวัสดุจะสร้างผลึกคริสตัลไลน์บนเนื้อคอนกรีต และยังป้องกันการรั่วซึมที่เกิดจากรอยแตกร้าว ซึ่งช่วยทำให้ป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอายุการใช้งานได้ยาวนานตลอดอายุของคอนกรีต (Permanent Concrete) นั่นเอง

วิธีการทำงานของระบบกันซึมแบบคริสตัลไลน์

หมดปัญหารั่วซึมตลอดอายุคอนกรีต เสริมแกร่งกันสนิมให้โครงสร้าง 

คอร์มิกซ์ได้ฉายภาพให้เห็นถึงการพัฒนาน้ำยาผสมคอนกรีต ชนิดตกผลึก (คริสตัลไลน์) ที่ผสมสารยั้บยั้งการกัดกร่อนในคอนกรีต ด้วยเทคโนโลยี CI (Corrosion Inhibitor) ป้องกันปัญหาการกัดกร่อนภายในโครงสร้างคอนกรีต ในบล็อก  คอร์มิกซ์ เอชทูโอสต็อป พลัส ซีไอ (Cormix H2O Stop+CI) ซึ่งเป็นการปลดล็อกปัญหาคอนกรีตแตกร้าวจากภายในจนเกิดรอยร้าวส่งผลให้น้ำซึมผ่านเข้ามาในคอนกรีตได้

Crystalline working

คอร์มิกซ์ยังได้นำความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับคอนกรีตและเคมีภัณฑ์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าที่เหนือกว่าคุณสมบัติกันซึม ตกผลึก (คริสตัลไลน์) ที่นอกจากนำเสนอในรูปของน้ำยาผสมคอนกรีตแล้ว ยังออกแบบในรูปของซีเมนต์กันซึม ด้วยเทคโนโลยีนาโนและการทำงานในระดับโมเลกุลทำให้คอร์มิกซ์ได้พัฒนาซีเมนต์กันซึมตกผลึก (คริสตัลไลน์) ซีไอ (CI: Corrosion Inhibitor) ขึ้นมาพร้อมๆกัน

 

        คอนไทท์ ซีล เอซีซีไอ (Contite Seal ACCI) ออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ติดตั้งระบบกันซึมที่นิยมการติดตั้งแบบน้ำปูนข้นด้วยวิธีการทา (Slurry) โดยวัสดุกันซึมหลังจากติดตั้งจะเป็นลักษณะเมมเบรนติดกับพื้นผิวคอนกรีต   รวมถึงติดตั้งด้วยวิธีโรย  แห้ง(Dry Shake) ได้เช่นกัน

คอนไทท์ ซีล เอซีซีไอ (Contite Seal ACCI) มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ากันซึมตกผลึก (คริสตัลไลน์) แบบดั้งเดิมอย่างไรบ้าง ?

 

 

 

 

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  1. ไม่ต้องบ่มน้ำ จึงลดระยะเวลาในการทำงานได้ถึง 2 วัน 48 ชั่วโมงและลดการสิ้นเปลืองน้ำ
  2. ผสมสารยับยั้งการกัดกร่อนในคอนกรีต ให้กับเหล็กเสริมในคอนกรีต
  3. เป็นระบบ One Coat ทาชั้นเดียว แตกต่างจากกันซึมตกผลึกทั่วไป มีอัตราการใช้งานที่ 1 กก/ตรม. ใน 1 ชั้น
  4. เป็นกันซึมถาวรที่ทำปฏิกิริยากันซึมตลอดอายุโครงสร้างคอนกรีตและรับประกันโดยคอร์มิกซ์
  5. ผสานเทคโนโลยีป้องกันสนิมเหล็กเสริมในตัว

 

คุณประโยชน์เพิ่มเติม

  1. ปลอดสาร VOCs ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อผู้ใข้งาน
  2. สามารถรีไซเคิลได้
  3. เป็นโซลูชั่นกันซึมแบบถาวร ดังนั้นจึงไม่มีค่าบำรุงรักษาหลังการติดตั้ง
  4. สามารถพ่นได้ ติดตั้งง่าย
  5. เป็นกันซึมชนิดไร้รอยต่อ เนียบสนิทเป็นชิ้นเดียวกัน
  6. ไม่สามารถทำให้วัสดุที่ติดตั้งแล้วเสียหายได้ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของคอนกรีต
  7. ไม่ต้องมีวัสดุใดๆ มาป้องกันหลังจากติดตั้งแล้ว
  8. ทนต่อสารเคมี
  9. คอร์มิกซ์มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมสำหรับงานซ่อมและยางบวมน้ำที่ต้องใช้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

เลือกวัสดุซ่อมโครงสร้างชายฝั่งทะเล

ให้ปลอดสนิมในเหล็กเสริมและโครงสร้างคอนกรีต

Cr. Photo: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:M.V._%22Heung-A_Venus%22_(8564906074).jpg

Cr. Photo: https://commons.wikimedia.org/wiki/

 

โครงสร้างชายฝั่งทะเล เป็นโครงสร้างที่ต้องสัมผัสกับน้ำทะเลหรือไอทะเลตลอดเวลา ดังนั้นโครงสร้างชายฝั่งทะเลจึงมักจะประสบปัญหาการกัดกร่อนในคอนกรีต รวมถึงสิ่งก่อสร้างในระยะทาง 3 กม.จากชายฝั่งทะเลก็อยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับไอทะเลที่มากับลม ลมจะพัดพาคลอไรด์มาสัมผัสกับโครงสร้างคอนกรีต เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการกัดกร่อนในคอนกรีตด้วยเช่นกัน

คอนกรีตเมื่อเหล็กเสริมถูกกัดกร่อนจนเสียหาย จะปรากฎให้เห็นโครงสร้างคอนกรีตเกิดรอยแตกร้าวขึ้น, โครงสร้างเกิดการโก่งขยายเนื่องจากไม่สามารถรับแรงดึงได้ สาเหตุของการถูกกักกร่อนลึกจนถึงเหล็กเสริม เกิดจาก     คลอไรด์ เป็นตัวการทำให้เหล็กเสริมเสื่อมสภาพลง เมื่อต้องซ่อมแซมจึงต้องใข้วัสดุซ่อมที่ป้องกันสนิมในเหล็กเสริม โดยเลือกใช้  ไพร์มเมอร์ (Anti-Rust Primer) ทาเพื่อปกป้องเหล็กเสริม

กรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเหล็กเสริมอยู่ในสภาพสมบูรณ์ การซ่อมแซมเพียงแค่ใช้วัสดุทาเคลือบเพื่อป้องกันไม่ให้คลอไรด์สัมผัสกับเหล็กเสริมโดยตรง ซึ่งจะปกป้องไม่ให้เหล็กเสริมเป็นสนิม โดยใช้ คอนการ์ด ซิงค์ (Congard Zinc) คอนการ์ด ซิงค์ จะทำหน้าที่สร้างชั้นฟิล์มเคลือบเหล็กเสริม โดยทำความสะอาดเหล็กเสริมและทา คอนการ์ด ซิงค์ ที่เหล็กเสริมโดยตรงและทิ้งไว้อย่างน้อย  1-2 ชม. กรณีที่เหล็กเสริมถูกทำลาย ต้องตัดเหล็กเสริมส่วนที่เสียหายออกแล้วทาบต่อด้วยเหล็กใหม่ จากนั้นทำความสะอาดและทา คอนการ์ด ซิงค์ เพื่อปกป้องเหล็กเสริม

ขั้นตอนต่อมาคือเลือกใช้วัสดุเชื่อมประสาน (Bonding Agent) การเลือกใช้วัสดุเชื่อมประสานจะมีผลต่อประสิทธิภาพที่ดีเพื่อไม่ให้วัสดุซ่อมหลุดล่อน  ซึ่งมีให้เลือกใช้ทั้งโพลีเมอร์และอีพ็อกซี่ ฉบับนี้คอร์มิกซ์ขอแนะนำ คอร์มิกซ์ ลาเท็กซ์ (Cormix Latex) ซึ่งเป็นโพลีเมอร์ เปิดฝาแล้วใช้ได้ทันที ไม่ต้องผสมน้ำให้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวลสัดส่วนการผสม คราวนี้ก็มาถึงพระเอกตัวจริงในการซ่อมเพื่อป้องกันการกัดกร่อนในคอนกรีต โดยการฉาบและแต่งผิวคอนกรีตด้วย คอนแพทช์ 600 เอ็มซีไอ (Conpatch 600 MCI) มอร์ตาร์สำหรับซ่อมโครงสร้าง สูตรผสมสารยับยั้งการกัดกร่อนในคอนกรีต เพียงเท่านี้โครงสร้างคอนกรีตก็จะได้รับการฟื้นฟูและปกป้องแบบ Dual Protection ตั้งแต่เหล็กเสริมจนถึงโครงสร้างคอนกรีต

 

ร้อยร้าวเล็ก ๆ ในโครงการเมกะโปรเจค เรื่องเล็กๆ… ที่ไม่เล็ก

ปัญหารอยร้าวเป็นปัญหาที่พบเจอได้ทุกโครงการตั้งแต่โครงการบ้านจัดสรร จนถึงโครงการระดับอภิมหาโปรเจคโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั้งหลาย กรณีศึกษาที่น่าสนใจฉบับนี้ คือ วิธีการซ่อมแซมรอยร้าวสาหรับแท็งก์บรรจุก๊าซธรรมชาติเหลว คอร์มิกซ์มีแนวทางในการซ่อมแซมรอยร้าวหลายวิธี สำหรับฉบับนี้จะขอเสนอแนวทางการซ่อมด้วยวิธี Injection Repair

ความยิ่งใหญ่ของแท็งก์ที่มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 20,000 ตรม. ปรากฏรอยร้าว 0.3 มิลลิเมตร ขึ้นไป บริเวณใต้พื้นแท็งก์, การซ่อมเพื่อแก้ไขปัญหารอยร้าวดังกล่าว สามารถแก้ไขด้วยวิธี Injection โดยใช้วัสดุประเภทเรซิ่น คอนดัวร์ เอสซี (Condur SC) ด้วยคุณสมบัติของการเป็นอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำ สำหรับงานที่ต้องการรับแรงสูง ฉีดเข้าไปในบริเวณรอยร้าว หลังจากที่ฉีดคอนดัวร์เอสซี 24 ชั่วโมง ใช้ คอนดัวร์ เอฟซี (Condur FC)

 

อีพ็อกซี่สำหรับปิดรอยหัวเจาะแพ็กเกอร์ (ที่ใช้ในการฉีด คอนดัวร์เอสซี) คอนดัวร์ เอฟซี เป็นอีพ็อกซี่ 2 ส่วนผสม ปราศจากตัวทำละลาย สาหรับปิดพื้นผิวบริเวณที่มีรอยตามด รอยเจาะ หรือพื้นผิวที่มีความบกพร่องอยู่ ภายในการทางาน 2 ขั้นตอนนี้ สามารถทำให้รอยร้าวที่มีนัยสาคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างให้มีความแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เนื่องจากการใช้งานจริงจะต้องมีการรองรับน้าหนักของก๊าซธรรมชาติเหลว ดังนั้นวัสดุที่นำมาซ่อมจึงต้องเป็นวัสดุเฉพาะที่รับแรงสูงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้เกี่ยวข้องในโครงการทุกๆ ฝ่าย ทั้งที่ปรึกษา ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการ

 

สยบ รอยร้าว-รั่ว-ซึม ในโรงงาน ด้วย คอร์มิกซ์ รีแพร์ โซลูชั่น

ปัญหาส่วนใหญ่ของโรงงานที่ผ่านการใช้งานมาหลายปีที่มักพบคือ ปัญหาคอนกรีตแตกร้าว ซ้ำร้ายบางแห่งนอกจากร้าวแล้วยังมีปัญหาน้ำรั่วซึมมาซ้ำเติมการแก้ไขปัญหารอยแตกร้าวและมีน้ำรั่วซึมขึ้นอยู่กับประเภทของโครงสร้างที่เป็นปัญหา  สำหรับวันนี้คอร์มิกซ์จะนำเสนอวิธีแก้ปัญหาคอนกรีต ร้าว-รั่ว-ซึม ซึ่งเป็นรอยร้าวที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของคอนกรีตโดยสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของคอนกรีตหรือเกิดจากการทรุดตัวของพื้นเดิมและมีน้ำหยดหรือไหลซึม (ไม่รุนแรง)

 

วัสดุสำหรับโซลูชั่นนี้ ประกอบด้วย คอนไทท์ พียูอี100/ อี101 (Contite PUE100/E101)  โพลียูรีเทนโฟมสำหรับหยุดน้ำรั่ว และ  คอนไทท์ พียูอี200/อี201  (Contite PUE200/E201)   โพลียูรีเทนเรซิ่นชนิดยืดหยุ่นตัว สำหรับซ่อมรอยร้าวในคอนกรีต โรงงานที่มีปัญหารอยร้าวและมีน้ำรั่วซึมทั้งบริเวณพื้นหรือผนังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นนี้เพื่อแก้ปัญหาการรั่วซึมในบริเวณที่เป็นรอยแตกร้าวและอุดรอยรั่วซึมอย่างถาวรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนแรกคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยการหยุดน้ำรั่วซึมก่อน โดยใช้ คอนไทท์ พี ยูอี100/อี101 (Contite PUE101/E101) ซึ่งเป็นวัสดุไฮโดรโพบิกโพลียูรีเทน ที่มีคุณสมบัติในการหยุดน้ำรั่วซึม  (ที่ไม่ใช่เกิดจากแรงดันน้ำสูง) คอนไทท์ พี ยูอี100/อี101 (Contite PUE101/E101) จะหยุดการไหลซึมของน้ำบริเวณรอยแตก ช่องว่าง หรือพื้นคอนกรีต โดยที่ยิงคอนไทท์ พี ยูอี100/อี101 (Contite PUE101/E101) แต่ขั้นตอนนี้เป็นเพียงการหยุดน้ำแบบชั่วคราวเท่านั้น

ขั้นตอนต่อมา ให้ใช้คอนไทท์ พียูอี200/อี201 (Contite PUE200/E201) ซึ่งเป็นโพลียูรีเทน 2 ส่วนผสมที่มีความยืดหยุ่นเพื่อปิดรอยแตกร้าวแบบถาวร  สำหรับโครงสร้างคอนกรีตที่มีการเคลื่อนไหว

ด้วยการใช้คอนไทท์ พียูอี 100/อี 101 ผสมผสานกับคอนไทท์ พียูอี200/อี201 จะช่วยแก้ปัญหาคอนกรีตร้าว-รั่ว-ซึม ที่เรื้อรังได้เบ็ดเสร็จในโซลูชั่นเดียว

 

สยบ !! รอยแตกร้าวที่ไม่เคลื่อนตัวได้ บริเวณพื้นที่แห้งของโรงงาน

เราได้รู้จักกับการแก้ไขปัญหารอยแตกร้าวและมีน้ำรั่วซึม ในซีรีย์ สยบ! รอยร้าว ตอนที่ 1  มาแล้ว คราวนี้เรามาดูวัสดุสำหรับซ่อมรอยร้าวที่ไม่เคลื่อนตัว บริเวณพื้นที่แห้งกันบ้าง

รอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ หรือ รอยร้าวที่ยังไม่หยุดการเคลื่อนตัว (Active, Moving Cracks) ลักษณะรอยร้าวที่เคลื่อนที่นั้นมีความหนากว้างและลึกกว่ารอยร้าวที่ไม่เคลือนตัว ที่สำคัญรอยร้าวจะต่อเนื่องในทิศทางเดียว ในขณะที่รอยร้าวที่ไม่เคลื่อนตัว (Non-moving cracks) นั้นมีความบางกว่า ตื้นกว่า ลักษณะรอยร้าวไม่ต่อเนื่องและเคลื่อนที่แบบสุ่ม

รอยร้าวในคอนกรีตจะส่งผลอย่างไรกับสิ่งก่อสร้าง ถ้าไม่รีบสยบปัญหา!

หากอาคารโรงงานของคุณเกิดมีรอยร้าวที่เห็นได้ชัดเจน มีแนวโน้มสูงที่โครงสร้างคอนกรีตจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ย่อมจะเกิดปัญหาการเสื่อมสภาพในคอนกรีต รอยร้าวเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวัสดุประเภทอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำ ผลิตภัณฑ์คอร์มิกซ์ ที่แนะนำสำหรับ รอยร้าวไม่เคลื่อนตัวและอยู่ในบริเวณพื้นที่แห้งคือ คอนดัวร์ เอสซี

Pic-Factory Warehouse1Red
เลือกใช้วัสดุซ่อมตรงจุด ถูกฝาถูกต้ว ดูที่ความกว้างของรอยร้าว

การเลือกวัสดุซ่อมกับประเภทรอยร้าวและสภาพแวดล้อมของรอยร้าวมีผลต่อประสิทธิภาพในการซ่อมแซม เช่นเดียวกับการจัดยาให้สอดคล้องกับอาการจึงจะรักษาให้หายขาดได้ คอนดัวร์ เอสซี เป็นอีพ็อกซี่เรซิ่นความหนืดต่ำชนิด 2 ส่วนผสม ใช้สำหรับซอ่มแซมรอยแตกร้าวขนาดเล็กที่มีขนาดความกว้างมากที่สุดไม่เกิน 15 มม. และอายขุองคอนกรีตต้องไมน้อยกว่า 3 สัปดาห์ สำหรับรอยแตกร้าวที่ไม่มีการเคลื่อนตัว

Pic-Dry Crack on Concrete (3)

คอนดัวร์ เอสซี จะทำหน้าที่เป็นตัวยึดโครงสร้างเพื่อซ่อมแซมคอนกรีตที่มีรอยแตกร้าว โดยสามารถใช้วิธีซ่อมรอยแตกร้าวด้วยการหยอด (gravity feed) ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นผิวแตกร้าวในแนวราบ/ แนวนอน หรือ อาจจะใช้เครื่องอัดฉีดด้วยแรงดัน (Pressure Injected) ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นผิวแตกร้าวในแนวดิ่ง/ แนวตั้งหรือระดับเหนือศรีษะ (Overhead) ซึ่งความกว้างของรอยแตกร้าวสูงสุดไม่ความเกิน 15 มม.

คอนดัวร์ เอสซี อีพ็อกซี่ สุดสตรอง ไม่เพียงแต่ปิดรอยร้าว แต่ยังปกป้องโครงสร้างอีกด้วย

คอนดัวร์ เอสซี ใช้สำหรับปิดรอยแตกร้าวในองค์ประกอบต่างๆ ของโครงสร้าง เช่น เสา, คาน, ฐานรากโครงสร้างอาคาร, ดาดฟ้า, อุโมงค์ และยังมีคุณสมบัติป้องกันการกัดกร่อนในเหล็กเสริมด้ว

คอนเฟิร์ม คอนดัวร์ เอสซี ปิดรอยร้าวแน่นปึ้ก แถมช่วยกันซึมรอยร้าวได้ดี

คุณสมบัติโดดเด่น ของคอนดัวร์ เอสซี มีดังนี้

  • มีคุณสมบัติกันซึมให้กับโครงสร้างในส่วนที่ซ่อมรอยร้าวได้
  • ความสามารถในการแทรกซึมลึกในชั้นคอนกรีต มั่นใจได้ว่าปิดรอยร้าวได้ลึก
  • คุณสมบัติในการยึดเกาะดีเยี่ยม
  • เหมาะกับการทำงานในสภาวะที่แห้งหรือชื้น
  • ติดแน่นและมีความแข็งแรงในเชิงกลสูง
  • ไม่หดตัวเมื่อวัสดุแข็งตัวแล้ว
  • ป้องกันการกัดกร่อนในเหล็กเสริม

การเลือกใช้วัสดุเคมีภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ตรงตามอาการบกพร่องของคอนกรีต ก็ทำให้มีชัยในการสยบปัญหาเกือบร้อยเปอร์เซนต์แล้ว ส่วนที่เหลือที่สำคัญอีกองค์ประกอบคือ  ขั้นตอนการติดตั้งที่ถูกต้อง เพียงเท่านี้งานของคุณก็จะราบรื่นดุจเดินบนแพรไหม

Crack 4  รอยแตกร้าว

สยบ! รอยแตกร้าวที่เคลื่อนตัวได้ บริเวณพื้นที่แห้งของโรงงาน (3)

คอนเทนท์ ซีรีย์ สยบ! รอยแตกร้าว ครั้งเป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับ สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องของรอยแตกร้าวที่เคลื่อนตัวได้ ในบริเวณพื้นที่แห้งของโรงงาน

โดยทั่วไปเกณฑ์ในการแบ่งลักษณะรอยร้าวมีด้วยกันหลายประเภท สำหรับ คอร์มิกซ์ได้แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ รอยร้าวที่ไม่เคลื่อนตัว กับ รอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ เพื่อให้ง่ายสำหรับการวิเคราะห์ลักษณะรอยร้าวและการเลือกใช้วัสดุสำหรับงานซ่อมรอยร้าวที่เหมาะสม เรามาเจาะลึกปัญหารอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้กันครับว่ามีแนวทางอย่างไร ที่ซ่อมออกมาแล้วงานดี ไม่มีคอมเพลน!

รอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ = รอยร้าวที่มีชีวิต

รอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ หรือ รอยร้าวที่ยังไม่หยุดการเคลื่อนตัว (Active, Moving Cracks) เป็นเหมือน   รอยร้าวที่มีชีวิต เพราะสามารถพัฒนาขนาดไปได้เรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปรอยร้าวจะมีการขยายตัวทั้ง  ความกว้าง ความยาว และความลึก รอยร้าวเหล่านี้เกิดจากการรับน้ำหนักเกินพิกัดและการขยายตัวจากอุณหภูมิ การซ่อมรอยร้าวลักษณะนี้ทำได้ยาก เนื่องจากรอยร้าวจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเลือกวัสดุซ่อมที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดรอยร้าวที่ตำแหน่งอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความคงทนของโครงสร้างโดยตรง คอร์มิกซ์ มีวัสดุซ่อมสำหรับรอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ ในบริเวณพื้นที่แห้ง มาแนะนำ  2 ผลิตภัณฑ์ คือ คอนไทท์ พียูอี 200/อี201 และ คอนดัวร์ เอสซีซี

งานซ่อมรอยร้าวเคลื่อนตัวได้ที่ต้องการความยืดหยุ่นตัวสูง ต้อง คอนไทท์ พียูอี200/อี201 ปิดรอยร้าวที่เคลื่อนตัวได้ ไร้กังวล!คอนไทท์ พียูอี200/อี201 เป็นโพลียูรีเทน 2 ส่วนผสม มีความยืดหยุ่นตัว ใช้งานโดยการฉีด (Injection)  เพื่อซ่อมรอยร้าวขนาดเล็ก สามารถใช้งานได้โดยตรงกับรอยร้าวที่แห้ง คอนไทท์ พียูอี200/อี201 มีข้อดีคือยึดติดกับพื้นผิวคอนกรีตแห้งได้ดี มีความหนืดต่ำจึงทำให้มีการไหลตัวดีตามรอยร้าว ตัววัสดุจะมีคุณสมบัติความยืดหยุ่นจึงสามารถจะทำการปิดรอยแตกร้าวที่ยังมีความเคลื่อนตัวอยู่ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับโครงสร้างที่รองรับแรงสั่นสะเทือนสูงกว่า 2% และโครงสร้างมีความแข็งแรงอยู่แล้ว เช่น ผนัง พื้น

Pic-Dry Crack on Concrete (3)

*คอนไทท์ พียูอี200/อี201 นอกจากเหมาะสำหรับพื้นที่แห้งแล้ว ยังสามารถใช้กับพื้นที่ที่มีความชื้นเล็กน้อยได้เช่นกัน

รอยร้าวเคลื่อนตัวไม่มาก แต่ต้องการความแข็งแกร่ง ต้อง คอนดัวร์ เอสซีซี

“ปิดตาย” ปัญหารอยร้าว – “เติมความสตรอง” ให้กับโครงสร้าง

คอนดัวร์ เอสซีซี เป็นอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำพิเศษ ชนิด 2 ส่วนผสม ใช้สำหรับซ่อมรอยร้าวขนาดเล็ก โดยวิธีการอัดฉีดน้ำยา (Injection) เข้าไปในรอยร้าวของคอนกรีต ด้วยความที่เป็นอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำ(พิเศษ) จึงสามารถแทรกซึมผ่านรอยร้าวได้ลึก ให้การยึดเกาะดีเยี่ยม เชื่อมประสานรอยร้าวในคอนกรีตได้ดี และประสิทธิภาพที่โดดเด่นคือ ช่วยให้มีกำลังอัดและรับแรงดึงได้สูง เป็นการเสริมกำลังให้กับโครงสร้างไปในตัว

คอนดัวร์ เอสซีซี เหมาะสำหรับเป็นวัสดุซ่อมประสานโครงสร้างที่เป็นรอยร้าวในคอนกรีต เพื่อปิดรูโพรงในคอนกรีตและรอยร้าวที่เกิดขึ้น ตามส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ เช่น เสา, คาน, ฐานราก, ชั้นดาดฟ้า และโครงสร้างน้ำดื่ม คอนดัวร์ เอสซีซี ใช้ได้กับ โครงสร้างที่รองรับการสั่นสะเทือนได้ไม่เกิน 2% ที่โครงสร้างคอนกรีตสามารถรับได้

เลือกแบบไหนดี  คอนไทท์ คอนไทท์ พียูอี 200/อี201 VS. คอนดัวร์ เอสซีซี?

คอนไทท์ คอนไทท์ พียูอี200/อี201 วัสดุจะมีความยืดหยุ่นตัวสูง เหมาะสำหรับซ่อมรอยร้าวโครงสร้าง     ที่แห้งหรือมีความชื้นได้เล็กน้อย ใช้ได้กับโครงสร้างที่รองรับการสั่นสะเทือนหรือเคลื่อนตัวได้สูงกว่า 2% โดยโครงสร้างคอนกรีตมีความแข็งแรงอยู่แล้ว

คอนดัวร์ เอสซีซี เหมาะสำหรับงานรอยร้าวที่ต้องการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง ภายในโครงสร้างคอนกรีตต้องแห้ง หรือมีความชื้นน้อยกว่า 4% สามารถใช้กับโครงสร้างที่รองรับการสั่นสะเทือนได้ไม่เกิน 2% ที่โครงสร้างคอนกรีตสามารถรับได้

คอร์มิกซ์ มีวัสดุสำหรับงานซ่อมรอยร้าวให้เลือกหลายประเภท ตามความเหมาะสมกับทปัญหาและสภาวะแวดล้อมหน้างานที่ต่างกัน  หากคุณกำลังมองหาวัสดุสำหรับซ่อมรอยร้าว ติดตามการเลือกใช้วัสดุได้ตามเลือกใช้วัสดุได้ที่

TECHNOLOGY UPDATE

for blog _Rust

ซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตที่เกิดสนิมเหล็กเสริมให้สุดปัง! ดีกว่าปล่อยพังแล้วสร้างใหม่

หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นกับอาคารเก่าหรือสิ่งก่อสร้างเก่ามักจะพบสนิมบนเหล็กเสริม ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น รอยแตกร้าว การหลุดล่อนของคอนกรีต รวมไปถึงการพังทลายของโครงสร้าง เนื่องจากการขยายตัวของสนิมเหล็ก การระเบิดออกของผิวคอนกรีต ซึ่งหากไม่มีการซ่อมแซมโครงสร้างดังกล่าวอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่การพังทลายของโครงสร้างได้

การซ่อมแซมการเกิดสนิมอีกวิธืที่ได้รับการนิยมเป็นอย่างสูง ได้แก่ การใช้สารยับยั้งการเกิดสนิม ซึ่งมีความสะดวกในการดำเนินการ และอาจใช้ควบคู่ไปกับวิธีการป้องกันและซ่อมแซมอื่นๆ ได้ เพื่อให้ระบบการป้องกันและซ่อมแซมมีประสิทธิภาพ และมีความคงทนมากยิ่งขึ้น

วันนี้คอร์มิกซ์ มีกรณีศึกษาสำหรับโครงสร้างเก่าที่ต้องซ่อมแซมผนังคอนกรีตที่เป็นรูพรุนและเหล็กเสริมเป็นสนิม และมีระยะคอนกรีตหุ้มผิวเหล็ก (CONCRETE COVERING) น้อย โดยการใช้วัสดุซ่อม สำหรับปกป้องเหล็กเสริมและคอนกรีตแบบ Double Protection (การปกป้องคอนกรีต 2 ชั้น) เนื่องจากบริเวณที่ซ่อมเป็นซีเมนต์ไซโลที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 15 ปี จึงต้องทำการซ่อมแซมให้เหนือกว่าการปกป้องคอนกรีตทั่วไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของไซโลดังกล่าวให้ยาวนานขึ้น

สร้างเกราะป้องกันให้กับเหล็กเสริม

วัสดุแรกคือ คอนการ์ด ซิงค์ (Congard Zinc) ที่สามารถทาโดยตรงที่เหล็กเสริมได้เลย หลังจากที่ได้มีการสกัดเนื้อคอนกรีตที่เสื่อมสภาพออกและขัดสนิมที่เหล็กเสริมออก คอนการ์ด ซิงค์ จะทำหน้าที่สร้างชั้นฟิล์มพิเศษป้องกันเหล็กเสริมจากการเกิดสนิมและยับยั้งการซึมผ่านของคลอไรด์อิออน หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการกัดกร่อนในคอนกรีตได้ นอกจากนั้นยังเพิ่มความสามารถในการยึดจับคลอไรด์ของคอนกรีต ลดปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ละลายอยู่ในสารละลายภายในช่องว่างของคอนกรีต เป็นการล็อกดาวน์ ไม่ให้ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นการกัดกร่อนคอนกรีตเข้ามาได้

สร้างภูมิคุ้มกันให้กับคอนกรีต

วัสดุฉาบซ่อมที่ช่วยซ่อมโครงสร้างคอนกรีตที่มีประสิทธิภาพในการสารยับยั้งการเกิดสนิมในเหล็กเสริมในคอนกรีตเพื่อปกป้องอีกอีกชั้นคือ คอนแพทช์ 600 เอ็มซีไอ (Conpatch 600MCI) วัสดุซ่อมแซมที่ละเอียดและเรียบเนียน ที่ผสมสารยับยั้งการการกัดกร่อนในคอนกรีต ซึ่งสอดคล้อมกับมาตรฐาน EN 1504-9 principle 3, 4 and 7  เหมาะกับการซ่อมแซมโครงสร้างต่างๆ ทั้งอาคาร โครงสร้างสะพาน โครงสร้างชายฝั่งทะเล รวมถึงโครงการสร้างที่คำนึงถึงการซ่อมเพื่อยืดอายุการใช้งานคอนกรีตในระยะยาว เช่นกรณีศึกษาการซีเมนต์ไซโลได้มีการใช้วัสดุซ่อมแบบดับเบิ้ล โพรเทคชั่น ป้องกันถึง 2 ชั้น  ทั้งในส่วนวัสดุที่เคลือบเหล็กเสริม และวัสดุที่เป็นมอร์ตาร์ฉาบซ่อม

มั่นใจว่าจะธุรกิจจะไม่สะดุด และสุดคุ้มกับการซ่อมโครงสร้าง

เพราะงานซ่อมโครงสร้างไม่ใช่แค่ซ่อมโครงสร้างแต่เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับองค์กร ว่าในกระบวนการผลิตจะมีซีเมนต์ไซโลสำหรับจัดเก็บซีมเมนต์ที่มีความที่มีความแข็งแรงทนทาน ระบบป้องกันความชื้นที่ดี มีอายุโครงสร้างที่ยาวนาน และจะไม่กระทบต่อธุรกิจในอนาคต คอนการ์ด ซิงค์ (Congard Zinc) และ คอนแพทช์ 600 เอ็มซีไอ (Conpatch 600MCI) เป็นวัสดุงานซ่อมที่ถูกเลือกในงานซ่อมที่นอกจากจะสุดปัง! ด้วยวัสดุที่คุณภาพสูงสุดแล้วยังให้ความคุ้มค่าในแง่ของงบประมาณที่ต้องจ่าย

หากท่านต้องการให้คอร์มิกซ์นำเสนอโซลูชั่นสุดปัง! ที่เป็นความลงตัวของเทคโนโลยีและความคุ้มค่าในการซ่อมแซม คลิกที่นี่

TECHNOLOGY UPDATE

คานคอนกรีตร้าว

ถูกฝา ถูกตัวเจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต

เลือกวัสดุซ่อมและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

Ep.1 การเสื่อมสภาพในคอนกรีต

คอนเทนต์ซีรีย์ ถูกฝา ถูกตัว เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหา จาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ปิดตายความเสียหายก่อนเวลาหลังจากการซ่อมแซม สำหรับ Ep. 1 นี้ จะพูดถึงภาพรวมของสาเหตุการเสื่อมสภาพในคอนกรีตเพื่อทบทวนถึงสาเหตุหลักๆ ของการเสื่อมสภาพของคอนกรีต

ปฐมบทแห่งเสื่อมสภาพของคอนกรีต

การเสื่อมสภาพของคอนกรีตเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตามการเวลาและตามสภาพแวดล้อมของคอนกรีตคอนกรีตมักจะต้องเผชิญกับกระบวนการต่างๆของการเสื่อมสภาพที่ก่อให้เกิดกัดกร่อนและก่อให้เกิดความเสียหายกับโครงสร้างของคอนกรีตในที่สุด โดยอาจจะสัมผัสกับเกลือต่างๆ เช่น กลือซัลเฟต, เกลือคลอไรด์, (ฝนกรด) รวมทั้งการเสื่อมสภาพทางชีวภาพ

โดยทั่วไปคอนกรีตมีสภาพแวดล้อมที่เป็นด่างสูง (อัลคาไลน์) สูง จึงทำให้เกิดฟิล์มที่ช่วยป้องกันเหล็กเสริมไว้ไม่ให้เกิดสนิมได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในคอนกรีต อาจเกิดจากการปนเปื้อนของคลอไรด์ ที่มีอยู่ในโครงสร้างคอนกรีต หรือ ในสภาพแวดล้อมรุนแรงที่เอื้อต่อการที่คลอไรด์สามารถแพร่เข้าไปในเนื้อคอนกรีตได้

ปฏิกิริยาคาร์บอเนชั่น ประตูสู่ความเสื่อมสภาพในคอนกรีต

ในขณะที่ฟิล์มช่วยปกป้องเหล็กเสริมยังมีอยู่ จะยังคงเป็นวัคซีนป้องกันไม่ให้เกิดการกัดก่อนขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคอนกรีตเกิดปฏิกิริยาคาร์บอเนชั่นจากการที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำปฏิกิริยากับแคลเซี่ยมโฮดรอกไซด์ จะทำให้ค่า PH ในคอนกรีตลดลง จึงส่งผลให้ฟิล์มที่ปกป้องเหล็กเสริมถูกทำลาย เป็นการเปิดประตูบานแรกของความเสื่อมสภาพในเหล็กเสริม

คลอไรด์ วายร้ายที่แทรกตัวเข้ามาทำลายคอนกรีต

คลอไรด์ เป็นตัวนำพาให้ให้เกิดการกัดกร่อนในคอนกรีตได้เช่นกัน แม้ว่าคอนกรีตจะอยู่ในสภาวะที่มีค่า PH สูงก็ตาม เมื่อคลอไรด์ แทรกซึมถึงเหล็กก็จะกัดกร่อนเหล็กเสริมและส่งผลต่อความเสื่อมขอคอนกรีตด้วยเช่นกัน เนื่องจากเกลือ หรือ ซัลเฟตสามารถโจมตีและสร้างความเสียหายให้กับคอนกรีตคอนกรีต โดยปฏิกิริยาไฮเดรชั่น เกิดเป็นยิปซั่ม และ Ettringite สารประกอบ ยิปซั่ม และ Ettringite ทำให้เกิดการขยายตัวของซีเมนต์เพสท์จนแตกร้าว หลังการแตกร้าว น้ำและความชื้นจะซึมผ่านรอยร้าวเหล่านี้เข้าทำลายเหล็กเสริม ทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิม และขยายตัวดันให้คอนกรีตแตกร้าวมากยิ่งขึ้นรวมถึงสภาวะทางทะเล เช่น โครงสร้างในทะเล หรือ ชายฝั่งทะเล ที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำขึ้นน้ำลงก็ทำให้คอนกรีตเสื่อมสภาพทางชีวภาพได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้วคอนกรีตอาจสึกกร่อนได้โดยการสัมผัสหรือปนเปื้อน หลายปัจจัยคือ:

  • คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
  • คลอไรด์ในอากาศ
  • น้ำทะเล หรือ ไอทะเล
  • เกลือที่มีอยู่ในน้ำใต้ดิน

คอนเทนต์หน้าพบกับการพิจารณาเลือกวัสดุซ่อมที่สอดคล้องกับมาตรฐาน EN 1504

ถูกฝา ถูกตัว เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง คอนเทนต์ซีรีย์ ชุดใหม่ที่รวบรวมแนวคิด

วิธีการซ่อม การเลือกใช้วัสดุ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคอนกรีต เพื่อความเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในงานซ่อมจาก Comix Repair Manual E-BOOK ที่ตกผลึกองค์ความรู้อย่าง Expert ได้สมบูรณ์แบบ”

 

TECHNOLOGY UPDATE

architecture-2583555_1920_500

“ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต Ep.3 : EN 1504 โค้ด (ไม่ลับ)

Ep. 3: EN 1504 โค้ด (ไม่ลับ) มาตรฐานการซ่อมแซมคอนกรีตที่ “มืออาชีพ” ต้องรู้

คอนเทนต์ซีรีย์ ถูกฝา ถูกตัว เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหา จาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ใน Ep. 2 ได้นำเสนอ สนิมเกิดแต่เนื้อใน? ซึ่งเป็นเรื่องราว ของกระบวนการทางเคมีที่ทำร้ายเหล็กเสริมและคอนกรีต, ประเภทของการเสื่อมสภาพของคอนกรีต และไกด์ไลน์ซ่อมอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเพอร์เฟค! สำหรับ Ep. 3 จะพาไปรู้จักกับมาตรฐานการซ่อมแซมคอนกรีตจากยุโรป หรือ European Standards (EN Standards)

ไม่อยากพลาดโอกาสในธุรกิจซ่อมแซมคอนกรีต

ต้องรู้จัก EN 1504 มิเช่นนั้นคุณจะตกขบวน!

EN Standard คือ มาตรฐานจากกลุ่มประเทศยุโรป ที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน  โดยกำหนดเป็นโค้ดหรือรหัสมาตรฐานยุโรป ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเพื่อกำหนดคุณสมบัติของวัสดุ วิธีการทดสอบวัสดุ และผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการออกแบบอาคารและโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธา

จากกระแสแนวคิดเรื่องความยั่งยืนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ที่กระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการก่อสร้างตื่นตัวและพัฒนากรอบแนวคิดมาสู่นวัตกรรมที่สร้างความยั่งยืนและความคงทนให้กับคอนกรีต

และไม่เพียงแต่เข้ามามีบทบาทในการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ เท่านั้น ในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงสร้างคอนกรีตก็เป็นอีกมิติที่ European Standards (EN Standards)ได้เข้ามากำหนดมาตรการในการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันด้วยเช่นกัน

มาตรฐานการซ่อมแซมคอนกรีตล่าสุด EN 1504 เป็นมาตรฐานที่จะกลายมาเป็นข้อกำหนด,สเปคสำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีต ที่ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงการซ่อมคอนกรีตซึ่งมีทั้ง ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้ติดตั้งวัสดุ (แอพพลิเคเตอร์) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และแม้กระทั่งเจ้าของโครงการเองต้องเริ่มศึกษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของโครงการซ่อมแซมมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในแง่ของคุณภาพเชิงวิศวกรรม, เศรษฐศาสตร์ และความยั่งยืนของโครงสร้างคอนกรีตเป็นสำคัญ

เช่นนั้นแล้ว “มืออาชีพ” การซ่อมแซมคอนกรีตจึงต้องเร่งศึกษาเพื่อให้การดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐาน  EN 1504 ด้วยเช่นกัน จึงจะไม่พลาดโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

EN 1504: ซ่อมอย่างไรเพื่อให้โครงสร้างคอนกรีตมีความยั่งยืน?

การซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงสร้างคอนกรีตตามมาตรฐานใหม่ EN 1504 ประกอบด้วยการประเมินโครงสร้าง ตามด้วยทางเลือกต่างๆ หรือออพชั่นในการซ่อมแซม, หลักการและวิธีการป้องกันและซ่อมแซม และการบำรุงรักษาโครงสร้างเป็นตัวท้ายสุดสำหรับข้อปฏิบัติ

ตามลำดับขั้นตอนในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาคอนกรีตดังกล่าว ยังได้มีการกำหนดรายการต่างๆ สำหรับการซ่อมที่เกี่ยวข้องเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้: การประเมินสภาพความเสียหาย, การเตรียมพื้นผิว, การซ่อมแซมการบูรณะ,  การเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง, การปกป้องพื้นผิว, การอัดฉีดซ่อมรอยร้าว การปกป้องคอนกรีตเพื่อป้องกันการเกิดสนิมในเหล็กเสริม

มาตรฐาน EN 1504 ได้แบ่งมอร์ตาร์สำหรับการซ่อมแซมออกเป็น 2 ส่วนสำคัญดังนี้

สำหรับงานซ่อมแซมในส่วนที่ไม่ได้เป็นโครงสร้าง มีการแบ่งคลาส (class) วัสดุซ่อมแซมดังนี้

สำหรับงานซ่อมแซมที่เป็นโครงสร้าง มีการแบ่งคลาส (class) วัสดุซ่อมแซมดังนี้

R1 class
Compressive Strength ≥ 10 MPa
Chloride Ion content ≤ 0.05%
Adherence bond ≥ 0.8 MPa
R2 class
Compressive Strength ≥ 15 MPa
Chloride Ion content ≤ 0.05%
Adherence bond ≥ 0.8 MPa
R3 class
Compressive Strength ≥ 25 MPa
Chloride Ion content ≤ 0.05%
Adherence bond ≥ 1.5 MPa
R4 class
Compressive Strength ≥ 45 MPa
Chloride Ion content ≤ 0.05%
Adherence bond ≥ 2.0 MPa

วัสดุที่เลือกควรมีกำลังรับแรงอัดที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่ระบุไว้, ให้การยึดเกาะดีเยี่ยม รวมถึงต้องมีการชดเชยการหดตัวของวัสดุด้วย

รวมถึงมิติด้านความคงตัวของวัสดุ, การขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน หรือการหดตัวเมื่อวัสดุแห้ง, ความสามารถในการซึมผ่านของน้ำและการดูดซึมของน้ำ

การเลือกวัสดุซ่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้:

  • ข้อมูลสภาพความเสียหาย
  • ขนาดของการซ่อมแซม
  • ความต้องการในการซ่อมแซมของโครงการ / ของลูกค้า
  • เงื่อนไขในการซ่อมแซม เช่น การซ่อมแซมปัญหาที่เกิดจากคลอไรด์, คาร์บอนไดออกไซด์, น้ำแรงสั่นสะเทือน ฯลฯ
  • การปกป้องคอนกรีตในขั้นตอนสุดท้าย
  • การเลือกวัสดุซ่อมที่สอดล้องกับลักษณะโครงสร้างที่ต้องการซ่อม เช่น วัสดุสำหรับการซ่อมแซมโครงสร้างหรือไม่ใช่โครงสร้าง

แนวทางเพื่อให้การซ่อมแซมคอนกรีตประสบความสำเร็จ:

  • การตรวจสอบสาเหตุของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
  • ทราบถึงข้อกำหนดการออกแบบของโครงสร้างว่าคืออะไร
  • การปฏิบัติในขณะซ่อมแซมบูรณะต้องสอดคล้องตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
  • พิจารณาถึงการใช้งานโครงสร้างในอนาคต
  • มูลค่าของอายุโครงสร้างเมื่อซ่อมเสร็จแล้วสามาถยืดอายุยาวนานเท่าไร
  • ลักษณะงานซ่อมเมื่อแล้วเสร็จตรงตามความต้องการตามที่ลูกค้าคาดหวังหรือตามเงื่อนไขการซ่อมแซมบูรณะ

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในการซ่อมแซมคอนกรีต ได้แก่:

  • การใช้งานวัสดุและการบ่มวัสดุ ไม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • สเปคงานซ่อมมีความผิดพลาดไม่สอดคล้องกับโครงสร้าง, หรือการเลือกวัสดุไม่ถูกต้องกับปัญหา
  • ไม่ได้เป็นการซ่อมในสาเหตุที่แท้จริงของการเสื่อมสภาพในคอนกรีต
  • เกิดจากการเตรียมพื้นผิวไม่ดีพอ
  • วิเคราะห์ปัญหาผิด / วิเคาะห์สาเหตุของการเสื่อมสภาพผิด

คอนเทนต์หน้าพบกับการพิจารณาเลือกวัสดุซ่อมที่สอดคล้องกับมาตรฐาน EN 1504

“ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง คอนเทนต์ซีรีย์ ชุดใหม่ที่รวบรวมแนวคิด วิธีการซ่อม การเลือกใช้วัสดุ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคอนกรีต เพื่อความเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในงานซ่อมจาก Comix Repair Manual E-BOOK ที่ตกผลึกองค์ความรู้อย่าง Expert ได้สมบูรณ์แบบ”

TECHNOLOGY UPDATE

IMG_20181128_10452146_Rmini_

คอนเทนต์ซีรีย์ “ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหา จาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ใน Ep. 3 ได้พาไปรู้จักกับ มาตรฐานการซ่อมแซมคอนกรีตจากค่ายยุโรป หรือ European Standards (EN Standards) สำหรับ  Ep. 4 จะเข้าสู่ขั้นตอนการซ่อมแซมคอนกรีต โดยจะย้ำเตือนถึงหัวใจสำคัญของพื้นฐานการซ่อมคือ การเตรียมพื้นผิวเพราะเป็นขั้นตอนที่มักจะถูกมองข้าม ซึ่งที่จริงแล้วการเตรียมพื้นผิวคือกุญแจดอกแรกที่จะส่งผลให้งานซ่อมออกมาสมบูรณ์แบบ

“กูญแจดอกเรก” เตรียมพื้นผิวงานซ่อมดี มีชัยไปกว่าครึ่ง!

การเตรียมพื้นผิวดูเหมือนเป็นเรื่องที่หลายคนไม่ได้ให้สำคัญเท่าไร แต่สำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก! เพราะเป็นเหมือนจุดสตาร์ทก่อนออกวิ่ง ถ้าออกตัวได้ไม่ดีผลลัพธ์ของงานที่ออกมาก็จะไม่สมบูรณ์เช่นกัน

การเตรียมพื้นผิวสำหรับงานซ่อมคอนกรีตในเบื้องต้นเริ่มจากการทำเครื่องหมายในบริเวณที่เสียหายโดยขยายพื้นที่ที่จะทำการแก้ไขให้มากกว่าบริเวณที่คอนกรีตเสียหายอย่างน้อย 15 ซม.

ทำการสกัดผิวคอนกรีตโดยรอบบริเวณที่เสียหายจนเห็นเหล็กเสริม ควรกำจัดคอนกรีตที่ปนเปื้อนคลอไรด์ออก และขจัดสนิมในบริเวณเหล็กเสริมออกให้หมด หากพื้นที่ที่ต้องการซ่อมอยู่ในบริเวณที่ไม่สามารถขจัดสนิมออกได้ 100% ควรใช้วัสดุพิเศษที่สามารถปกป้องคอนกรีตโดยที่ไม่ต้องสะอาดหรือขจัดสนิมในเหล็กเสริม รวมถึงควรพิจารณาใช้สารยับยั้งการกัดกร่อนในคอนกรีต

*สำหรับวัสดุของ คอร์มิกซ์ที่มีท้ายชื่อในซีรีย์ว่า CI (Corrosion Inhibitors) จะเป็นวัสดุที่มีสารยังยั้งการเกิดสนิมในเหล็กเสริม

ในการประเมินสภาพคอนกรีตนอกเหนือจากปริมาณคลอไรด์ในบริเวณที่ต้องการซ่อมแซมแล้ว ควรตรวจสอบค่า pH ของเหล็กเสริม หากพบว่ามีปริมาณคลอไรด์สูงเกินไป ควรใช้สารยับยั้งการกัดกร่อนในคอนกรีตเพื่อป้องกันการกัดกร่อนในอนาคตได้

ทำความสะอาดให้หมดจด อย่าปล่อยให้เศษปูน ซากสนิม  เป็นสาเหตุให้งานพัง!

การขจัดคอนกรีตที่เสียหายควรขยายไปตามแนวเส้นเหล็กเสริมจนกว่าจะไม่มีการแตกร้าวหรือการหลุดล่อนอีก หรือจนกระทั่งเห็นเหล็กเสริมมีสภาพที่ดีและยึดติดกับคอนกรีตได้ดี ในกรณีที่คอนกรีตมีความเสียหายรุนแรงจำเป็นต้องขจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ออกให้หมด ขอบของแนวที่ต้องการซ่อมควรทำการสกัดเป็นแนวดิ่งและไม่มีคม ความลึกของคอนกรีตควรมีความสม่ำเสมอและเปิดให้เห็นเหล็กเสริม

การขจัดสิ่งปนเปื้อนบนคนกรีตที่มีแรงกระแทกเชิงกล  อาจทำให้คอนกรีตเสียหายหรือแตกหักได้ การทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงหรือการใช้เครื่องขัดผิวคอนกรีตแบบพ่น หรือ เครื่องพ่นทราย จะช่วยขจัดสิ่งเศษปูน เศษฝุ่น คราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือ คราบวัสดุเชื่อมประสานอื่นๆ เหล็กเสริมควรขจัดคราบสนิมออกให้หมด

หากเหล็กเสริมแรงสูญเสียพื้นที่หน้าตัดไปควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างอาจจำเป็นต้องมีการเสริมแรงเสริมและควรขยายออกไปนอกพื้นที่ที่เสียหาย

ก่อนที่จะมีการใช้วัสดุซ่อมกับหน้างานควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งสกปรก ฝุ่น ทราย กรวด หรือหิน ที่หลุดล่อน ก่อนใช้วัสดุเชื่อมประสานคอนกรีต

อาจมีข้อกำหนดการทดสอบผิวคอนกรีตโดยวิธีทดสอบแรงดึงบริเวณผิวคอนกรีต (Pull-Off Test) เพื่อหาความสามารถในการยึดเกาะของผิวคอนกรีตเดิมกับวัสดุที่จะใช้ซ่อม เพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพของงานซ่อม

ข้อปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานการเตรียมพื้นผิวสำหรับงานซ่อมคอนกรีตที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าได้ทำครบถ้วนกระบวนความแล้ว มั่นใจได้ว่างานของคุณสำเร็จมาแล้วครึ่งทาง อีกครึ่งทางที่เหลือคือการทำงานถูกต้องตามขั้นตอนและเลือกวิธีการซ่อมที่สอดคล้องกับผู้ผลิตวัสดุซ่อมแนะนำให้ปฏิบัติ เพื่อวัสดุจะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เพราะงานซ่อมแซมคอนกรีตไม่ได้สำคัญน้อยกว่างานสร้างและ “เราไม่สามารถเลี่ยงความรับผิดชอบของวันพรุ่งนี้ โดยการเลี่ยงมันวันนี้ได้” อย่างที่ อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้

ฉะนั้นผู้ที่ทำงานในโครงการซ่อมแซมคอนกรีตจึงต้องใส่ใจรายละเอียดในทุกๆ ขั้นตอนการทำงานตั้งแต่จุดสตาร์ท เพื่อให้ได้ “งานดี” เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็เป็นการสะสมพอร์ตฟอลิโอ เพื่อเปิดรับโอกาสเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องได้

คอร์มิกซ์ ยินดีให้คำปรึกษางานซ่อมแซมคอนกรีตด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสบายใจทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ คลิก 

TECHNOLOGY UPDATE

“ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต Ep. 5: “ 8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต” (1)

คอนเทนต์ซีรีย์ “ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหา จาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ใน Ep. 4 ได้นำท่าน เข้าสู่ขั้นตอนการซ่อมแซมคอนกรีต โดยได้ย้ำเตือนถึงหัวใจสำคัญของพื้นฐานการซ่อมคือ  การเตรียมพื้นผิวเพราะเป็นขั้นตอนที่มักจะถูกมองข้าม ซึ่งที่จริงแล้วการเตรียมพื้นผิวคือกุญแจดอกแรกที่จะส่งผลให้งานซ่อมออกมาสมบูรณ์แบบ สำหรับ Ep. 5 นี จะพาท่านไปทบทวน 8 กระบวนยุทธพื้นฐาน สำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีต

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต

กระบวนท่าที่ 1 การฉาบด้วยมือโดยใช้เกรียง (Trowel applied)

เป็นการฉาบวัสดุซ่อมด้วยมือ โดยการตักวัสดุซ่อมแซมที่ผสมแล้วลงบนกะบะปูนสำหรับงานฉาบ จากนั้นใช้เกรียงฉาบลงบนพื้นผิวที่ต้องการ  (วัสดุซ่อมที่ดีต้องไม่ไหลย้อย) การฉาบเพื่อการซ่อมแซมจะต้องใช้เกรียงกดปูนซ่อมลงบนพื้นผิวเพื่อให้ปูนซ่อมติดแน่นโดยไม่มีช่องว่าง

เคล็ดลับกระบวนท่า-ฉาบด้วยมือ: การฟื้นฟูพื้นผิวคอนกรีตเมื่อไม่พบเหล็กเสริม วัสดุที่ต้องการคือ ต้องเป็นวัสดุเนื้องละเอียด ช่วยในการตกแต่งขั้นสุดท้ายได้ง่าย ไม่ไหลย้อย เพื่อที่วัสดุที่ใช้งานสามารถอยู่ในตำแหน่งที่เป็นแนวตั้งหรือการใช้งานเหนือศีรษะได้

   วัสดุคู่กาย งานฉาบซ่อม:

Conpatch 600MCI:

คอนแพทช์ 600เอ็มซีไอ ซีเมนต์มอร์ตาร์ ฉาบซ่อมน้ำหนักเบา ผสมสารยับยั้งสนิม  เหล็กเสริม

(EN 1504-3 class R4 High performance fibre reinforced repair mortar containing a migrating corrosion inhibitor)

Conpatch 675:

คอนแพทช์ 675 ซีเมนต์มอร์ต้า น้ำหนักเบาและให้ความคงตัวสูง สำหรับงานฉาบซ่อมในแนวเหนือศีรษะ

(EN 1504-3 class R3 High performance light weight over head & vertical repair mortar with high build properties)

Elastoclad:

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น  (Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

(EN 1504-2 EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete, Principle 1Protection against ingress (PI), Principle 2 Moisture control (MC))

กระบวนท่าที่ 2 การซ่อมแบบ ดราย แพ็คกิ้ง หรือ การซ่อมแบบแห้ง (Dry Packing)

เป็นการซ่อมแซมด้วยวัสดุซ่อม ด้วยปูนมอร์ตาร์ ที่มีค่าการยุบตัว (Slum) เป็นศูนย์หรือค่าที่ใกล้เคียง วัสดุสำหรับซ่อมแซมจะต้องผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน สามารถเกาะตัวกันในขณะที่คอนกรีตยังอยู่ในสถานะพลาสติก (คอนกรีตในสถานะพลาสติก คือ คอนกรีตหลังจากเสร็จสิ้นการเทจนถึงช่วงเวลาที่คอนกรีตก่อตัวขั้นสุดท้าย) โดยนำวัสดุที่ผสมแล้วปั้นเป็นก้อนกลม แล้วนำมาอัดให้แน่นในบริเวณที่ต้องการซ่อม โดยการใช้แท่งเหล็กสำหรับอัด

เคล็ดลับกระบวนท่า-แบบดราย แพ็คกิ้ง: ปูนมอร์ตาร์ที่เลือกใช้ต้องสามารถปั้นเป็นลูกบอลได้โดยไม่มีน้ำเยิ้ม ไม่หย่อยคล้อย แรงอัดโดยการใช้แท่งเหล็กจะทำให้วัสดุซ่อมยึดเหนี่ยวกับพื้นผิวบริเวณที่ซ่อมได้อย่างแน่นสนิท

   วัสดุคู่กาย งานซ่อมแบบแห้ง:

Conpatch MC:

คอนแพทช์ เอ็มซี วัสดุซ่อมที่ให้ค่ากำลังอัด ไหลตัวได้ดี ชดเชยค่าหดตัววัสดุเมื่อแห้งแล้วจึงไม่เกิดปัญหาแตกร้าวจากการหดตัวของวัสดุ

(EN 1504 Part 9 – Principles & Methods related to defect in concrete)

Condur EM:

คอนแพทช์ เอ็มซี วัสดุซ่อมที่ให้ค่ากำลังอัด ไหลตัวได้ดี ชดเชยค่าหดตัววัสดุเมื่อแห้งแล้วจึงไม่เกิดปัญหาแตกร้าวจากการหดตัวของวัสดุ

(EN 1504 Part 9 – Principles & Methods related to defect in concrete)

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต ในครั้งหน้าจะพาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธงานซ่อมแซมคอนกรีตแบบ Dry-mix shotcreteและ Wet-mix shotcrete กับครับ

คอร์มิกซ์ ยินดีให้คำปรึกษางานซ่อมแซมคอนกรีตด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสบายใจทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ

ID Line : @uus4272z

.

“ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต Ep. 6: “8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต” (2)

คอนเทนต์ซีรีย์ ถูกฝา ถูกตัว เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหาจาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว

ใน Ep. 5 ได้พาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธพื้นฐานการซ่อมแซมคอนกรีตด้วยการ การฉาบด้วยมือโดยใช้เกรียง (Trowel applied) และ การซ่อมแบบดราย แพ็คกิ้ง (Dry Packing) ไปแล้ว สำหรับ Ep. ที่ 6 นี้ จะไปทบทวนอีก 2 กระบวนท่า คือ การพ่นคอนกรีตแบบแห้ง (Dry-mix shotcrete) และ การพ่นคอนกรีตแบบเปียก (Wet-mix shotcrete)

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต

กระบวนท่าที่ การพ่นคอนกรีตแบบผสมแห้ง (Dry-mix shotcrete)

Dry-mix shotcrete คือ การพ่นคอนกรีตแบบผสมแห้ง หรือ แบบแห้ง โดยการพ่นมอร์ตาร์สำหรับงานพ่นคอนรีต (Shotcrete) ผ่านหัวฉีดพ่นโดยใช้ความดันลมความเร็วสูงไปยังพื้นผิวที่ต้องการ มอร์ตาร์ที่ใช้จะถูกส่งผ่านโดยท่อที่ใช้ความดันจากอากาศไปยังหัวฉีดที่มีตัวจ่ายน้ำเพื่อเติมน้ำให้กับวัสดุ ส่วนผสมนี้จะถูกพ่นออกจากหัวฉีดด้วยความเร็วสูงไปยังพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ (วัสดุสำหรับงานงานกรีตแบบพ่นที่จะใส่ไปยังเครื่องพ่นคอนกรีตและเครื่องผสมอาจเป็นวัสดุที่แห้งหรือมีความชื้นเล็กน้อยได้)

เคล็ดลับกระบวนท่าที่ 3 – การพ่นคอนกรีตแบบผสมแห้ง: เหมาะกับการทำงานในพื้นที่แนวตั้งและงานเหนือศีรษะขนาดใหญ่ที่มีเหล็กเสริมขนาดเล็ก 19 มม. หรือน้อยกว่าเหมาะกับงานที่เหล็กเสริมค่อนข้างน้อย

กฏเหล็กด้านวัสดุข้อกำหนดด้านวัสดุสำหรับงานพ่นคอนกรีตแบบแห้ง มวลรวม (กรวด/ทราย) ต้องได้ส่วนขนาดคละกันดี พร้อมด้วยสารยึดเกาะที่จำเป็นซึ่งโดยทั่วไปคือซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มีความสำคัญต่องานพ่นคอนกรีต ส่วนผสมต้องได้รับการปรับสัดส่วนเพื่อชดเชยการสูญเสียในการยึดเกาะ สารผสมเพิ่ม (Admixture) มักจะนำมาใช้ลดหรือเพิ่มระยะเวลาการก่อตัวของคอนกรีต เพื่อให้ได้ความหนาของเลเยอร์ในครั้งเดียว

วัสดุคู่กาย งานพ่นมอร์ตาร์แบบผสมแห้ง:

Conpatch GC:

Dry mix shotcrete

คอนแพทช์ จีซี วัสดุสำหรับงานพ่นคอนกรีต แบบแห้ง ให้กำลังอัดสูง การหดตัวต่ำ  ทนต่อการซึมน้ำเข้า

EN1504 part 9 and EN1504 part 3.

Principle 3: Concrete Restoration (CR).

Method 3.3 – Spraying concrete or mortar. –

Principle 7: Preserving or restoring passivity (RP).

Method 7.1 – Increasing cover to reinforcement with additional concrete or mortar.

Method 7.2 – Replacing contaminated or carbonated concrete.

Elastoclad

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น  (Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

EN 1504-2 EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete,

Principle 1 Protection against ingress (PI),

Principle 2 Moisture control (MC)

กระบวนท่าที่ 4 – การพ่นคอนกรีตแบบผสมเปียก (Wet-mix shotcrete)

Wet-mix shotcrete คือ การพ่นคอนกรีตแบบผสมเปียก โดยนำการนำวัสดุที่ผสมเสร็จแล้วทุกส่วนผสม (ซึ่งได้แก่น้ำ ซีเมนต์ และวัสดุผสม) นำมาบรรจุลงในเครื่องปั๊มหรือถังอัดอากาศเพื่อส่งวัสดุที่ผสมแล้วไปยังหัวฉีดที่มีการอัดอากาศ วัสดุสำหรับพ่นคอนกรีตจะถูกฉีดไปยังพื้นผิวที่เตรียมไว้แล้วด้วยแรงอัดอากาศ

เคล็ดลับกระบวนท่าที่ 4 – การพ่นคอนกรีตแบบผสมเปียก: เหมาะกับการทำงานในพื้นที่แนวตั้งและพื้นที่มีเหล็กเสริมขนาดเล็ก 19 มม. หรือน้อยกว่าเหมาะกับงานที่เหล็กเสริมค่อนข้างน้อย

กฏเหล็กด้านวัสดุข้อกำหนดด้านวัสดุสำหรับงานพ่นคอนกรีตแบบผสมเปียก คือ ต้องสามารถปั๊มได้ ค่าการยุบตัวต่ำ และไม่ไหลย้อยเมื่อฉีดพ่นลงบนพื้นผิวที่ต้องการ

วัสดุคู่กาย งานพ่นคอนกรีตแบบผสมเปียก:

Cormix AFL

Wet mix shotcrete

คอร์มิกซ์ เอเอฟแอล

เป็นน้ำยาผสมคอนกรีตเพื่อเร่งการเซ็ตตัวปราศจากอัลคาไลท์ เหมาะสำหรับใช้กับงานพ่นคอนกรีต (Shotcrete)

Elastoclad

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น  (Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

EN 1504-2 EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete,

Principle 1 Protection against ingress (PI),

Principle 2 Moisture control (MC)

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต ในครั้งหน้าจะพาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธงานซ่อมแซมคอนกรีตโดยวิธีใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม (Form & Pump) และการเกราท์ ด้วยวิธี  Preplaced aggregate กันครับ

Ep. 7: “8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต” (3)

คอนเทนต์ซีรีย์ “ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหาจาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว

ใน Ep. 6 ที่ผ่านมาได้พาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธพื้นฐานการซ่อมแซมคอนกรีตด้วยการพ่นคอนกรีตแบบแห้ง (Dry-mix shotcrete) และ การพ่นคอนกรีตแบบเปียก (Wet-mix shotcrete) สำหรับ Ep. ที่ 7 นี้ จะไปทบทวนอีก 2 กระบวนท่า คือ การใช้แบบหล่อและการใช้เครื่องปั๊ม (Form & Pump) และ วิธการเกรท์ แบบ (Preplaced Aggreagte)

“8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต”

กระบวนท่าที่ 5 การใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม (Form & Pump)

Form & Pump คือการสร้างแบบหล่อแล้วปั๊มวัสดุซ่อมเข้าไปในโพรง ขั้นตอนก่อนการติดตั้งแบบหล่อจะต้องปรับพื้นผิวเดิมก่อน เนื่องจากอาจทำให้เกิดโพรงอากาศในระหว่างการปั๊มวัสดุซ่อม หรืออาจติดตั้งท่ออากาศ จากนั้นจึงปั๊มวัสดุซ่อมเข้าไปในแบบหล่อ

เคล็ดลับกระบวนท่าที 5: การใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊มเหมาะกับงานซ่อมพื่นผิวแนวดิ่งและเหนือศรีษะ สำหรับการซ่อมพื้นผิวในแนวดิ่ง วัสดุซ่อมจะถูกปั๊มจากส่วนที่ต่ำไปส่วนพื้นที่สูง และเมื่อเป็นงานเหนือศรีษะคอนกรีตจะถูกปั๊มจากปลายด้านหนึ่งไปยังปลายอีกด้านหนึ่ง การทำงานในพื้นที่ใหญ่ๆ อาจต้องมีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ เพื่อควบคุมการทำงานได้ง่าย เมื่อวัสดุเต็มแบบแล้วให้เพิ่มแรงดันเพื่อเพื่อให้วัสดุซ่อมแซมแน่นตัวเกิดการสัมผัสที่สนิมกับและได้แรงยึดเหนี่ยวกับผิวคอนกรีตเดิม

กฎเหล็กด้านวัสดุวัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมจะต้องมีลักษณะการไหลตัวที่ดี ลักษณะการไหลที่ดีช่วยให้สามารถสูบได้ดีและการยึดวัสุดซ่อมกับโครงสร้างต้องทำให้เกิดการสัมผัสแน่นสนิทระหว่างวัสดุซ่อมใหม่กับวัสดุเดิม แรงดันของเครื่องปั๊มจะชวยทำให้เกิดรงที่จะเชื่อมวัสดุใหม่กับวัสดุเดิมเข้าด้วยกัน

วัสดุคู่กาย การใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม:

Congrout FR :

Placed aggregate

คอนเกรท์ เอฟอาร์ ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ปกป้องคอนกรีตและเหล็กเสริมจากสนิม จึงช่วยไม่ให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ มีความทนทาน ลดความเสียหายของโครงสร้างเมื่อคอนกรีตได้รับความร้อนสูง และไม่หดตัว

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete Restoration (CR).

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Conpatch MC :

Form and cast in place_MC

คอนแพทช์ เอ็มซี ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ทนต่อคลอไรด์และคาร์บอนไดออกไซด์ ไหลตัวได้ดี ให้การยึดเกาะดีเยี่ยม และไม่หดตัว เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีตที่มีการใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม และการเทซ่อม ในพื้นที่โครงสร้างทางทะเล, ชายฝั่ง หรือ สะพาน

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete restoration (CR)

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Principle 7: Preserving or restoring passivity (RP)

Method 7.1 Increasing cover to reinforcement with additional concrete or mortar

Method 7.2 Replacing contaminated or carbonatated concrete

Elastoclad  :

Silo500

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น

(Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete

Principle 1 Protection against ingress (PI)

Principle 2 Moisture control (MC)

กระบวนท่าที่ 6 – การเกรท์แบบ Preplaced aggregate

การเกรท์แบบ Preplaced aggregate คือ การนำวัสดุผสม (Aggregate) ขนาดคละขาดช่วง (Gap-graded)     ใส่ลงไปในช่องว่างระหว่างการตั้งแบบหล่อ จากนั้นทำการปั๊มวัสดุเกราท์ ที่มีความสามารถในการไหลตัวสูงเข้าไปในแบบหล่อที่มีวัสดุผสม (Aggregate) เข้าไปเติมเต็มช่องว่าง,โพรง แล้วทำการอัดแรงดัน น้ำปูนเกราท์จะเข้าไปจับตัวกับวัสดุผสมทำให้เกิดแรงยึดเหนี่ยว วิธีการน้ำจะทำให้การหดตัวของวัสดุมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด เพราะการเข้าไปจับตัวของน้ำปุนเกราท์กับวัสดุผสมทำให้จำกัดการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของน้ำปูนในขณะที่เกิดการหดตัว จึงทำให้การหดตัวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย

เคล็ดลับกระบวนท่าที่ 6:  การเกรท์แบบ Preplaced aggregate เหมาะสำหรับการทำงานในแนวตั้งและเหนือศีรษะในกรณีที่ต้องการให้มีการหดตัวของวัสดุต่ำมากถึงมากที่สุด

กฏเหล็กด้านวัสดุ: ใช้วัสดุผสม (Aggregate) ขนาดคละขาดช่วง (Gap-graded) ในอัตราส่วน (40-50% ของปริมาตรของช่องว่าง) ใช้ปูนเกราท์ที่มึคุณสมบัติปั๊มได้ ไหลตัวได้ดี วัสดุมีค่าการยึดเกาะดีเยี่ยม (โดยวัสดุอาจจะเป็นซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ หรือ เรเซิ่น) วัสดุผสมขนาด 1 นิ้ว (25 มม.) หรือ ขนาดที่ใหญ่กว่า แนะนำให้ใช้วัสดุซีเมนต์ในการติดตั้ง

วัสดุคู่กาย งานเกรท์แบบ Preplaced aggregate:

Congrout FR :

Placed aggregate

คอนเกรท์ เอฟอาร์ ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ปกป้องคอนกรีตและเหล็กเสริมจากสนิม จึงช่วยไม่ให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ มีความทนทาน ลดความเสียหายของโครงสร้างเมื่อคอนกรีตได้รับความร้อนสูง และไม่หดตัว

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete Restoration (CR).

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Elastoclad :

432931_500

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น (Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete

Principle 1 Protection against ingress (PI)

Principle 2 Moisture control (MCr

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต ในครั้งหน้าจะพาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธงานซ่อมแซมคอนกรีตโดยวิธีใช้แบบการใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ (Form and cast-in-place) ด้วย 2 วิธีการทำงานกันครับ

“ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต Ep. 7:  “ 8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต ” (4)

Ep. 8: “8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต” (4)

คอนเทนต์ซีรีย์ “ถูกฝา ถูกตัว” เจาะลึกกลยุทธ์ ซ่อมแซมคอนกรีต เลือกวัสดุและโซลูชั่นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เป็นการร้อยเรียงเนื้อหาจาก คู่มือการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต (Cormix: Concrete Repair Manual) เพื่อนำเสนอวิธีการซ่อมแซม, การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับข้อบกพร่องหรือพฤติกรรมคอนกรีต รวมถึงสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (EN Standard) และเป็นการซ่อมแซมอย่างถาวร ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว

ใน Ep. 7 ที่ผ่านมาได้พาท่านไปทบทวนกระบวนยุทธพื้นฐานการซ่อมแซมคอนกรีตด้วยการใช้แบบหล่อและการใช้เครื่องปั๊ม (Form & Pump) และ วิธีการเกรท์ แบบ (Preplaced Aggreagte) สำหรับคอนเทนท์ชุด 8 กระบวนท่าพื้นฐานงานซ๋อมแซมคอนกรีต ก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับ Ep. ที่ 8 นี้ จะปิดด้วย 2 กระบวนท่าสุดท้ายของการใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ (Form and cast-in-place) ที่นำเสนอ 2 แบบด้วยกัน คือ ในกระบวนท่าที่ 7 เป็นการใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ สำหรับ เสา ผนัง และขอบพื้น และในกระบวนท่าที่ 8 สำหรับการซ่อมแซมบางส่วนของความหนา (Partial-depth Repair)

8 กระบวนท่าพื้นฐาน งานซ่อมแซมคอนกรีต” (4)

กระบวนท่าที่ 7 การใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ (Form and cast-in-place) แบบที่ 1 สำหรับเสา ผนัง และ ขอบพื้น

Form and cast-in-place คือ การติดตั้งแบบหล่อ แล้วเทวัสดุซ่อมลงไปในช่องว่างของแบบหล่อที่สร้างขึ้น เป็นวิธีที่ใช้ในการซ่อมแซมพื้นผิวในแนวดิ่ง การเลือกใช้วัสดุซ่อมสำหรับแบบหล่อต้องมีคุณสมบัติในการหดตัวต่ำ (Low Shrinkage) ไหลตัวได้ดี (Flowability) การเทวัสดุซ่อมทำเหมือนกับการเทคอนกรีตทั่วไป การกระทุ้ง Rodding  หรือ การเขย่าทำให้เกิดการสั่นสะเทือนด้วยวีธีการแบบดั้งเดิม (Conventional vibration) จะช่วยในการกำจัดฟองอากาศและช่วยให้วัสดุจับตัวกันได้ดี

เคล็ดลับกระบวนท่าที 5: การใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ (Form and cast-in-place) แบบที่ 1 สำหรับเสา ผนัง และ ขอบพื้น ตามภาพที่แสดงด้านล่าง

กฎเหล็กด้านวัสดุ: อาจเลือกเป็นวัสดุซ่อมมอร์ตาร์ที่ทั่วไปหรือวัสุซ่อมที่ทนนความร้อนสูงหรือทนไฟ (Castable) มีค่าการยึดเกาะที่เหมาะสม อัตราการผสมน้ำและซีเมนต์ต่ำ ค่าการหดตัวต่ำ และมีคุณสมบัติการไหลตัวได้ดี

วัสดุคู่กาย การใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ แบบที่ 1 สำหรับเสา ผนังและขอบพื้น

Conpatch MC:

cement-based

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

คอนแพทช์ เอ็มซี ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ทนต่อคลอไรดและคาร์บอนไดออกไซด์ ไหลตัวได้ดี ให้การยึดเกาะดีเยี่ยม และไม่หดตัว เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีตที่มีการใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม และการเทซ่อม ในพื้นที่โครงสร้างทางทะเล, ชายฝั่ง หรือ สะพาน

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete restoration (CR)

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Principle 7: Preserving or restoring passivity (RP)

Method 7.1 Increasing cover to reinforcement with additional concrete or mortar

Method 7.2 Replacing contaminated or carbonatated concrete

Condur EA2 :

196449

คอนดัวร์ อีเอ2 อีพ็อกซี่ 2 ส่วนผสมสำหรับยึดเกาะ สำหรับคอนกรีตที่มีความเปียกชื้น ปราศจากตัวทำละลาย (Solvent Free)

EN1504 Part 9 and EN1504 Part 3 and  Part 4

Principle 3: Concrete Restoration (CR).

Method 3.4 Replacing Elements.

Principle 4 : Structural Strengthening. (SS)

Method 4.4 Adding Mortar or Concrete.

Principle 5: Increase in Physical Resistance (PR).

Method 5.3  Adding Mortar or Concrete.

Elastoclad :

Silo500

อีลาสโตแคลด วัสดุเคลือบผิวเพื่อปกป้องคอนกรีต ผสมสารยั้บยั้งกระบวนการคาร์บอเนชั่น

(Anti Carbonation) ที่เป็นสาเหตุให้คอนกรีตเสื่อมสภาพ

EN 1504 PART 9 – Principles & Methods Related to defect in concrete

Principle 1 Protection against ingress (PI)

Method 1.3 –Surface coating.

Method 1.8 –Application of membranes.

Principle 2 Moisture control (MC)

Method 2.3 –Surface coating.

Principle 8 Increasing Resistivity (IR).

Method 8.3 –Overlays or coatings.

กระบวนท่าที่ 8 – การใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ (Form and cast-in-place) แบบที่ 2 สำหรับการซ่อมแซมบางส่วนของความหนา (Partial-depth Repair) คือ การซ่อมแซมความเสียหายของผิวคอนกรีตเนื่องจากเกิดการแตกกระเทาะของคอนกรีตโดยจะซ่อมแซมคอนกรีตที่เสียหายลึกไม่เกิน 1 ใน 3 ของความหนาของแผ่นคอนกรีต

เคล็ดลับกระบวนท่าที่ 8:  เมื่อมีการเสื่อมสภาพของคอนกรีตมีพื้นที่มาก,พื้นที่วงกว้าง ที่ต้องการความหนา

กฏเหล็กด้านวัสดุ: ควรเลือกใช้วัสดุที่มีค่าการหดตัวต่ำ, ปริมาณน้ำต่อซีเมนต์ต่ำ และวัสดุสามารถไหลตัวได้ดีและอัดแน่นเข้าไปยังทุกมุมของแบบหล่อ

วัสดุคู่กาย การใช้แบบหล่อและการหล่อในที่ แบบที่ 2 สำหรับการซ่อมแซมบางส่วนของความหนา (Partial-depth Repair)

Congrout RES:

Polyurethane Elastomeric

คอนเกรท์ อาร์อีเอส ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ให้กำลังอัดสูง

ภายใน 2 ชั่วโมง – 4 ชั่วโมง

(2 ชั่วโมงให้กำลังอัดที่ 25-30 N/mm2)

(4 ชั่งโมงให้กำลังอัดที่ 35 N/mm2)

สำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็วที่แข่งกับเวลา

สามารถถอดแบบได้เร็วกว่าปกติ 

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete Restoration (CR).

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Principle 5: Increase in physical resistance (PR)

Method 5.3 Adding mortar or concrete

Principle 7: Preserving or restoring passivity (RP)

Method 7.1 Increasing cover to reinforcement with additional concrete or mortar

Method 7.2 Replacing Contaminated or carbonated concrete

Conpatch MC :

Trowel applied

คอนแพทช์ เอ็มซี ปูนนอนชริ้งค์ เกราท์ ชนิดพิเศษ ทนต่อคลอไรด์และคาร์บอนไดออกไซด์ ไหลตัวได้ดี ให้การยึดเกาะดีเยี่ยม และไม่หดตัว เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีตที่มีการใช้แบบหล่อและเครื่องปั๊ม และการเทซ่อม ในพื้นที่โครงสร้างทางทะเล, ชายฝั่ง หรือ สะพาน

EN1504 part 9

Principle 3: Concrete restoration (CR)

Method 3.2 Recasting with concrete or mortar

Principle 7: Preserving or restoring passivity (RP)

Method 7.1 Increasing cover to reinforcement with additional concrete or mortar

8 กระบวนท่าพื้นฐานงานซ่อมแซมคอนกรีต ในคอนเทนท์นี้เป็นตอนสุดท้ายแล้ว คอนเทนท์หน้าจะนำเสนอในประเด็นของการซ่อมรอยร้าว โดยจะพาท่านไปเจาะลึกรอยร้าวประเภทต่างๆ, สาเหตุของการเกิดรอยร้าว, แนวทางในการซ่อมแซมรอยร้าว รวมถึงการเลือกใช้วัสุดซ่อมรอยร้าว

คอร์มิกซ์ ยินดีให้คำปรึกษางานซ่อมแซมคอนกรีตด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสบายใจทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ

งานซ่อมรอยร้าวเป็นงานปราบเซียน ชวนปวดเศียรเวียนเกล้า ตั้งแต่ขั้นแรกที่ต้องเข้าไปวินิจฉัยปัญหาหน้างาน การเลือกวัสดุให้สอดคล้องกับปัญหาหน้างาน และยังต้องสร้างความมั่นใจให้กับที่ปรึกษาโครงการว่าจะสามารถแก้ปัญหารอยร้าวได้จริง คอนเทนท์ ซีรีย์ชุด ตีแตกปัญหารอยร้าว เจาะลึกสาเหตุและวิธีการซ่อมอย่างมือโปร  จะพาคุณแบ็คทูเบสิค ในเรื่องพื้นฐานและจะเพิ่มระดับความเข้มข้นในเรื่องของเทคนิคการพิชิตรอยร้าวที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์แบบมือโปร

รอยร้าว แหล่งสะสมพลังร้าย ทำลายโครงสร้างคอนกรีต

รอยร้าวมีผลต่อความยั่งยืนและความเสถียรของโครงสร้างคอนกรีต เพราะเมื่อรอยร้าวเกิดขึ้นก็เหมือนการแง้มประตูให้ความชื้นและน้ำเข้าซึมผ่านเข้ามาในคอนกรีต และเริ่มต้นการโจมตีที่เหล็กเสริมอย่างต่อเนื่องทำให้คอนกรีตเกิดการเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว รอยร้าวที่เกิดขึ้นมีหลายสาเหตุ ไม่เพียงแค่การที่รับโหลดมากเกินไป หรือการที่ซีเมนต์เพสต์ถูกโจมตีไปจนถึงเหล็กเสริมจากคลอไรด์ ซัลเฟต หรือ คาร์บอเนชั่น และยังรวมถึงการการทำงานหรือติดตั้งวัสดุไม่ถูกต้องตามขั้นตอนาตั้งแต่แรก

รู้จักรอยร้าว ให้มากขึ้น

เพื่อการซ่อมรอยร้าวให้โครงสร้างคอนกรีตมีความยั่งยืน จำเป็นต้องมีความเข้าใจปัญหาและสาเหตุของความเสียหายที่เกิดขึ้น

รอยร้าว สามารถแบ่งออกได้อย่างกว้าง ๆ ดังนี้

  • รอยร้าวเส้นผม (Hairline cracks) เป็นรอยร้าวที่มีความกว้างน้อยกว่า 0.1 มม. ไม่จำเป็นต้องเป็นยิงวัสดุเพื่อปิดรอยร้าว แต่สามารถใช้วัสดุกันซึมที่มีคุณสมบัติปิดรอยร้าวได้ เช่น คอนไทท์ ที่มีคุณสมบัติปิดรอยร้าวที่มีขนาดเล็กสุดจนถึง 0.5 มม.ได้
  • รอยร้าวจากการทรุดตัว (Settlement cracks) เกิดจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน
  • รอยร้าวที่เกิดจากการโก่งตัว (Bending cracks) : เป็นรอยร้าวที่ปรากฏที่มุมฉากของเหล็กเสริมและเกิดขึ้นโดยแรงดัด
  • รอยร้าวจากแรงเฉือน (Shear cracks) : เป็นรอยร้าวที่เกิดจากรอยร้าวดัด
  • รอยร้าวจากการหดตัว (Shrinkage cracks) : เป็นรอยร้าวที่เกิดจากการหดตัวของคอนกรีตในขณะก่อตัว
  • รอยแตกแยก (Separation cracks or Vertical cracks) : เป็นรอยแตกร้าวในแนวดิ่ง เกิดจากความต้านทางแรงดึงต่ำของคอนกรีต

การซ่อมรอยร้าวสามารถแบ่งออกเป็นประเภท เช่น การซ่อมรอยร้าวเพื่อป้องกันการรั่วซึม, การปิดผิวคอนกรีตที่เกิดรอยร้าว, การซ่อมรอยร้าวในบริเวณที่ต้องการวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และการเลือกวัสดุที่ให้ค่าการยึดเกาะที่ดีกับงานแต่ละประเภทหรือแต่ละสภาพแวดล้อม เช่น พื้นที่แห้ง พื้นที่เปียก พื้นที่ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี เป็นต้น

ประเภทของรอยร้าวที่ไม่เกี่ยวกับโครงสร้าง ( Non-Structural Cracks)

ประเภทของรอยร้าว

ตำแหน่งรอยร้าว 

ช่วงเวลาเกิดปัญหา

รอยร้าวจากการทรุดตัวขณะก่อตัว

รอยร้าวจากรหดตัวขณะก่อตัว

รอยแตกร้าวที่เกิดจากอุณหภูมิช่วงต้น

รอยร้าวที่เกิดจากการหดตัวในระยะยาว

รอยร้าวแบบลายงา

รอยร้าวจากการกัดกร่อนของสนิมเหล็กเสริม

รอยร้าวจากปฎิกิริยา อัลคาไล-มวลรวม

A,B,C

D,E,F

G,H

I

J,K

L,M

N

ภายใน 10 นาที  – 3 ชั่วโมง

30 นาที – 6 ชั่วโมง

1 วัน – (2-3 สัปดาห์ )

หลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน

1-7 วัน หรือ อาจจะช้ากว่า

มากกว่า 2 ปี

มากกว่า 5 ปี

สิ่งสำคัญในการเลือกวัสดุในการอัดฉีดซ่อมรอยร้าว (Injection) ไม่เพียงแต่ต้องระบุสาเหตุของการเกิดรอยร้าวเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องกับขนาดของรอยร้าวหรือไม่ (ความกว้างและความยาวของรอยร้าว) รวมถึงต้องประเมินรอยร้าวและตรวจสอบว่ามีสิ่งปนเปื้อนที่อาจยับยั้งการยึดเกาะที่ดีระหว่างวัสดุอัดฉีดกับรอยร้าวนั้นหรือไม่

“ตีแตกปัญหารอยร้าว เจาะลึกสาเหตุและวิธีการซ่อมอย่างมือโปร” ในคอนเทนท์หน้าจะพาท่านไปหาสาเหตุของการเกิดรอยร้าวและแนวทางในการซ่อมแซมรอยร้าว รวมถึงการเลือกใช้วัสุดซ่อมรอยร้าว

@uus4272z

งานซ่อมรอยร้าวเป็นงานปราบเซียน ชวนปวดเศียรเวียนเกล้า ตั้งแต่ขั้นแรกที่ต้องเข้าไปวินิจฉัยปัญหาหน้างาน การเลือกวัสดุให้สอดคล้องกับปัญหาหน้างาน และยังต้องสร้างความมั่นใจให้กับที่ปรึกษาโครงการว่าจะสามารถแก้ปัญหารอยร้าวได้จริง คอนเทนท์ ซีรีย์ชุด ตีแตกปัญหารอยร้าว เจาะลึกสาเหตุและวิธีการซ่อมอย่างมือโปร  จะพาคุณแบ็คทูเบสิค ในเรื่องพื้นฐานและจะเพิ่มระดับความเข้มข้นในเรื่องของเทคนิคการพิชิตรอยร้าวที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์แบบมือโปร

รอยร้าวในคอนกรีตเกิดจากอะไร?

สาเหตุของการเกิดรอยร้าวโดยทั่วไปเกิดจาก

  • การหดตัวของคอนกรีต (Shrinkage)
  • ความร้อนหรือปฏิกิริยาไฮเดรชั่นระหว่างการบ่มคอนกรีต (Heat or hydration stresses)
  • การคืบของคอนกรีต (Creep)
  • คลอไรด์และเกลือที่ทำลายเหล็กเสริมและซีเมนต์เพสท์
  • การบรรทุกเกินน้ำหนัก
  • การกระแทก
  • การทรุดตัว
  • การเคลื่อนตัวของฐานราก
  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
  • ข้อจำกัดในการเปลี่ยนรูปของวัสดุ

ลักษณะความชื้นในรอยร้าวที่มือโปรต้องวิเคาะห์

สิ่งสำคัญในการซ่อมรอยร้าว คือ ต้องแยกความแตกต่างของสภาพชื้นในการซ่อมแซมรอยร้าวแต่ละประเภท โดยทางคอร์มิกซ์แบ่งประเภทรอยร้าวเป็น 4 ประเภทคือ

รอยร้าวแห้ง (Dry)

รอยร้าวแห้ง คือ รอยร้าวที่ไม่มีลักษณะปรากฏให้เห็นว่ามีการเคลื่อนตัวของน้ำหรือมีน้ำซึมออกมา

Dry_crack

รอยร้าวที่มีความชื้น (Damp)

สีของรอยร้าวจะเปลี่ยนไปโดยการดูดซึมน้ำ สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีความชื้นอยู่

dam crack

รอยร้าวที่เปียก (Wet)

สีของรอยร้าวจะเปลี่ยนไปโดยการดูดซึมน้ำ สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีความชื้นอยู่

Wet Crack

รอยร้าวที่มีน้ำไหล (Flow)

จะมีลัษณะน้ำไหลผ่านออกมาจากรอยร้าวอย่างต่อเนื่อง

Flow crack

ซ่อมรอยร้าวต้องตีโจทย์ให้แตก

เพื่อเลือกโซลูชั้นในการแก้ปัญหาได้ตรงจุด !

โดยทั่วไปแล้วการซ่อมรอยร้าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการซึมเข้าของน้ำและสารที่เป็นอันตรายเข้าไปในคอนกรีตและเพื่อคืนความสมบูรณ์ของโครงสร้าง

คอร์มิกซ์ได้จัดหมวดการซ่อมรอยร้าวตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ไว้ดังนี้

  • การซ่อมรอยร้าวกับวัสดุที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
  • การซ่อมรอยร้าวและป้องกันการรั่วไหลหรือรั่วซึม
  • การอุดรอยร้าวด้วยวัสดุที่สามารถขยายตัวได้
  • การปิดรอยร้าวที่ให้ค่ายึดเกาะที่ดีและมีความยืดหยุ่นในรอยร้าวที่ยังต้องมีการเคลื่อนตัวอยู่
  • การปิดรอยร้าวในโครงสร้างและสร้างแรงยึดเหนี่ยวระหว่างรอยร้าวที่มีการโอนถ่ายกำลัง

เลือกใช้วัสดุอย่างไรให้ ตอบโจทย์ จบงานรวดเร็ว ไร้ปัญหาลูกค้าเคลม!

หัวใจสำคัญสำหรับการเลือกวัสดุสำหรับงานซ่อมรอยร้าวคือ การเลือกใช้วัสดุได้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการซ่อมและสภาพในการทำงาน วัสดุที่จะนำมาฉีดซ่อมรอยร้าวควรมีคุณสมบัติดังนี้การเลือกวัสดุฉีดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ฉีดควรมีคุณสมบัติบางประการ:

  • ความหนืดที่เหมาะสมกับรอยร้าวที่จะซ่อม
  • อายุการใช้งานหม้อนานพอที่จะทำงานในช่วงอุณหภูมิที่กว้าง
  • ยึดเกาะคอนกรีตได้ดี
  • ไม่กัดกร่อนคอนกรีตหรือเหล็กเสริม
  • ความเข้ากันได้กับวัสดุที่สัมผัสหรือยึดเกาะ

ผลิตภัณฑ์สำหรับซ่อมรอยร้าวของคอร์มิกซ์ ปราศจากตัวทำละลาย มีความหนืดต่ำ และคิดค้นสูตรมาเพื่อให้สามารถแทรกซึมเข้าไปในรอยร้าวที่มีความกว้างได้มากว่า  0.1 มม. มีกำลังในการยึดติดสูง ซึ่งจะทำให้สามารถคืนความทนทานและความสามารถในการรับน้ำหนักได้

คอร์มิกซ์ได้สรุปตารางในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ดังนี้

TECHNOLOGY UPDATE

@uus4272z

ปัญหาโครงสร้างคอนกรีตส่วนใหญ่ มักจะเสื่อมสภาพลงก่อนเวลา สาเหตุอันเนื่องมาจากการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่โครงสร้างนั้นๆ หรือการออกแบบ วางสเปค ที่ไม่ถูกต้อง มีการหยิบสเปคเดิมๆมาใช้งาน โดยมิได้มองลงลึก และสังเกตถึงปัจจัยต่างๆของแต่ละโครงสร้าง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม บริเวณฐานรากโครงสร้างได้ จึงก่อให้เกิดการเสียหายของโครงสร้างนั้นๆตามมาในที่สุด

โลกเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีก็ต้องเปลี่ยนตาม

ปัจจุบัน ระบบกันซึมแบบคริสตัลไลน์ ถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะงานอาคารที่มีโครงสร้างชั้นใต้ดิน(Basement) หรืองานฐานราก (Foundation) ด้วยเทคโนโลยีกันซึมการสร้างผลึกในเนื้อคอนกรีต จึงทำให้โครงสร้างคอนกรีตมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น ป้องกันการรั่วซึมได้ตลอดอายุโครงสร้างของคอนกรีต แต่…ก็ไม่เพียงพอ เพราะโครงสร้างคอนกรีตส่วนใหญ่ มีเหล็กเสริมอยู่ไม่น้อย เมื่อโครงสร้างคอนกรีตถูกทำลายด้วยน้ำ และความชื้นจึงทำให้เกิดสนิมจากการกัดกร่อนในโครงสร้างตามมานั่นเอง….

ดังนั้น…การออกแบบ การทำสเปค หรือการเลือกใช้น้ำยาเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับงานกันซึม ในงานโครงสร้างชั้นใต้ดิน(Basement) หรืองานฐานราก (Foundation) จึงควรมีครบทั้งกันซึม และกันสนิม เพื่อเพิ่มสรรถนะโครงสร้างให้มีความแข็งแรง ทนทานได้ตลอดอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีต

เริ่มต้นดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง…

คอร์มิกซ์ เอชทูโอ สต็อป พลัส ซีไอ (Cormix H2O Stop+CI) เป็นน้ำยาผสมเพิ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รวมทั้งระบบกันซึมแบบบูรณาการ และปกป้องคอนกรีตด้วยวิธีการสร้างผลึกในคอนกรีต

ปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดการก่อตัวในรูปของผลึกที่ไม่ละลายภายในโพรงช่องว่างของโครงสร้างคอนกรีต เมื่อผลึกมีการพัฒนาและเติบโตเพิ่มมากขึ้นจะช่องเติมเต็มโพรงช่องว่างในคอนกรีต เป็นการปิดผนึกคอนกรีตอย่างถาวร และลดการซึมผ่านของน้ำ และของเหลวอื่นๆ จากทั้งทางด้านบวก (ด้านที่สัมผัสน้ำหรือของเหลวอื่นๆ) ทางด้านลบ (ด้านที่ไม่สัมผัสน้ำหรือของเหลวอื่นๆ )

พัฒนาในรูปแบบของเหลวหรือสารผสมเพิ่มในคอนกรีต เพื่อความสะดวกในการเติมและเพิ่มความสามารถในการกระจายตัว ตอบสนองความต้องการของบริษัทคอนกรีตผสมเสร็จในระบบการจ่ายน้ำยา (ชนิดผงก็มีให้เช่นกัน)

  • คุณสมบัติหลักของน้ำยาผสมเพิ่มในคอนกรีตที่ป้องกัน 2 ชั้น คือป้องกันคอนกรีต และ เหล็กเสริม
  • ง่ายต่อการใช้งานโดยใช้ระบบการจ่ายน้ำยาแบบอัตโนมัติ
  • ในรูปแบบของเหลวไม่จับตัวเป็นก้อน
  • ป้องการการซึมผ่านของคลอไรค์ และ ซัลเฟต
  • เพิ่มความสามารถในการต้านทานสารเคมี และ คาร์บอเนชั่น
  • ทนทานต่อแรงดันในระยะยาว
  • ปิดผลึกรอยร้าวขนาดเล็ก และรอยแตกร้าวแบบเส้นผมได้ถึง 0.5 มิลลิเมตร
One Bangkok_MAT Foundation Pouring_05
concrete mix

คุณลักษณะเหล่านี้ส่งเสริมคุณสมบัติอีกมากมาย เช่น

  • ระบบกันซึมแบบถาวรในโครงสร้างคอนกรีต และป้องการกัดกร่อนในเหล็กเสริม
  • ขจัดข้อกำหนดและต้นทุนของรอยต่อ
  • เร่งกระบวนการก่อสร้าง
  • ลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการติดตั้งเทียบกับระบบกันซึมแบบกาว หรือแบบเมมเบรน
  • ปลอดสารพิษไม่มีสารประกอบของสารอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้ง่ายจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

พื้นที่ใช้งาน อาทิเช่น :

บริเวณอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ : ถังเก็บน้ำดื่ม, โรงงานบำบัดน้ำเสีย , อ่างเก็บน้ำ, คลอง

โครงสร้างใต้ดิน : อุโมงค์, ชั้นใต้ดิน , ลานจอดรถ , ฐานราก และช่องลิฟต์

PHOTO3-2021-05-01-18-50-15
P6 Watertight Concrete

ระบบกันซึมเป็นระบบขั้นพื้นฐานของงานก่อสร้างทุกประเภท ไม่ว่าจะระบบโลจิสติกส์และระบบขนส่งมวลชน หรืองานก่อสร้างอาคารที่อยู่พักอาศัย อาคารสูง และห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโครงการแบบมิกซ์ยูส (Mix-Use) ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องมีระบบกันซึมเพื่อป้องกันน้ำรั่ว โดยเฉพาะงานก่อสร้างระบบชั้นใต้ดิน (Basement) ที่ต้องมีการทำกันซึม และระบบงานกันซึมก็มีหลายรูปแบบ ทั้งโพลียูรีเทนกันซึม (PU Waterproof) อะคริลิกกันซึม (Acrylic Waterproof) รวมถึงแผ่นกันซึมชนิดเมมเบรน (Waterproof Membrane) ก็เป็นลำดับต้นๆในการเลือกใช้งาน เพราะต่างมีราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย สามารถใช้ได้(เกือบ)ทุกพื้นที่ของการก่อสร้าง จึงทำให้เป็นที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน

ทนทาน…ไม่ถาวร (Sheet Membrane)

แม้แผ่นกันซึมชนิดเมมเบรน (Waterproof Membrane) จะถูกนำมางานใช้มากมายแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าสามารถใช้งานทนทานถาวรเสมอ เพราะจุดอ่อนของแผ่นกันซึมชนิดเมมเบรน (Waterproof Membrane) เราพบเห็นได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งที่ซับซ้อน การปิดผนึกและรอยต่อตะเข็บของวัสดุ การยึดเกาะที่ไม่ทนทาน หรือแม้แต่การเสื่อมสภาพของวัสดุตามกาลเวลา ซึ่งล้วนเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำรั่วในโครงสร้างตามมานั่นเอง

Picture1

เลือกสรรสิ่งดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น คอร์มิกซ์จึงเล็งเห็น จึงได้คิดค้นพัฒนาจากแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้ใช้ งานง่ายและอัตราการใช้งานวัสดุน้อยลงเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาวัสดุกันซึมประสิทธิภาพในการปกป้อง สูงสุด และเป็นหนึ่งเดียวของวัสดุกันซึมคริสตัลไลน์ (กันซึมแบบตกผลึก) ที่รวมเทคโนโลยีเมมเบรน(Waterproof Membrane) และกันซึม คริสตัลไลน์(Waterproofing by Crystallization) เข้าด้วยกัน เพื่อลดอุปสรรคต่างๆ

ฉีกทุกกฏของระบบกันซึม

คอนไทท์ ซีเอฟเอ็ม [Contite CFM] คือแผ่นเมมเบรนกันซึมแบบยืดหยุ่นที่มีองศ ประกอบ 2 ส่วนใน 1 ผลิตภัณฑ์ใน รูปแบบของการสเปร์ย ทั้งแผ่นเมมเบรนกันซึมผสานกับเทคโนโลยีกันซึมแบบการสร้างผลึก

ด้วย การพัฒนาเมมเบรนกันซึมแบบสเปรย์โดยจัดทาขึ้นในรูปแบบใหม่สาหรับระบบกันซึมในอุโมงค์ และ ระบบการซึม โครงใต้ดิน

ระบบเมมเบรนกันน้ำแบบสเปรย์ครอบคลุมยึดติดเป็นหนึ่งเดียว สามารถช่วยลดปัญหาทางด้านเทคนิค ซึ่งพิสูจน์ได้ยากกว่าเมื่อใช้กับแผ่นเมมเบรนกันซึมโดยทั่วไป โดยใช้หลักการป้องการไหลของน้ำที่ด้านในด้านหนึ่งของแผ่นเมมเบรน

CFM -Gray _2

คอนไทท์ ซีเอฟเอ็ม [Contite CFM] เป็นเมมเบรนระบบกันซึมประสิทธิภาพสูง ส่วนประกอบเดียวที่ผสมผสานเทคโนโลยีปฏิกริยาการสร้างผลึกสำหรับเพิ่อป้องกันโครงสร้างคอนกรีตต่างๆ ที่รวมไปถึง อุโมงค์(Tunnel) ทางข้ามในระบบโครงสร้างใต้ดิน (Cross Passages) สถานีใต้ดิน (Underground Station) กำแพงกันดิน และเสาเข็ม (D-Wall & pipe)  ช่องชาร์ป(Shafts) ชอทครีตผนังอุโมงค์(Shotcrete Linings) ถ้ำ(Caverns) โครงสร้างใต้ดิน(Basements) และโครงสร้างกักเก็บน้ำ (Water Retaining Structures)

ระบบเมมเบรนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโครงการที่ต้องการประสิทธิภาพของระบบป้องกันน้ำในระยะยาวอย่างมั่นใจ ทำให้เกิดประโยชน์สำหรับโครงสร้างคอนกรีตที่มีรูปทรงที่สลับซับซ้อน โดยนำเสนอในรูปแบบสเปรย์เมมเบรนแบบหยืดหยุ่นต่อเนื่องไร้รอยต่อ หยุดน้ำ หรือแยกส่วนน้ำไปยังระบบที่ทำเตรียมไว้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือระบบที่ใช้สเปรย์แบบใหม่เหล่านี้สามารถเข้ากันได้กับระบบกันซึมแบบแผ่นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนยีเกิดขึ้น

จุดเด่นของคอนไทท์ ซีเอฟเอ็ม [Contite CFM] ได้แก่

  • ยึดติดกับพื้นผิวได้อย่างสมบูรณ์
  • ไม่มีตะเข็บ หรือ ไร้รอย
  • ไม่มีผลการหยุดชะงักต่อการทำงานของโครงการ ในทางที่จริงคือสามารถประกอบการได้อย่างต่อเนื่องไม่กระทบต่อการทำงาน
  • ใช้คนงานเพียง 2 -3 เท่านั้นในการทำงาน
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของการติดตั้งโครงสร้างและจุดยึดในการทำงานที่มีราคาแพง ใช้เพียงแค่รถกระเช้าก็เพียงพอแล้ว
  • เป็นการลงทุนที่ต่ำมากในส่วนของอุปกณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งานการติดตั้ง
  • การติดตั้งทำได้อย่างรวมเร็ว
IMG_20200313_105708199
Share